1 วันในวันพ่อ

posted on 05 Dec 2009 23:32 by gethigh

ตื่นมา 11 โมง

ตั้งใจจะไปเป็นอาสาสมัครช่วยเค้าทำความสะอาดโรงพิมพ์คุรุสภาที่จะจัดงานสีสรรกรุงเทพ

ออกเดินทางจากที่พำนักบ่าย 3 (ซักผ้า เก็บผักในเฟซบุค และมัวโอ้เอ้)

ระหว่างเดินทางโทรหาป๊า อวยพรวันพ่ออย่างที่ทำมาทุกปี (ตอนนี้ป๊ากำลังขับรถเข้าสุรินทร์)

 

... ... ...

ป๊าเป็นเซลล์ค่ะ

วิ่งสายอีสาน

ตั้งแต่เกิดมาจำความได้ป๊าก็ทำงานนี้แล้ว

เดือนนึงจะได้เจอป๊าอย่างมาก 1 อาทิตย์

 

เวลาที่ป๊าเข้ามาเบิกบิลที่กรุงเทพ สามคนพ่อแม่ลูก จะพากันไปกินสุกี้

เมื่อก่อนไปกินสุกี้แพนด้าที่ห้างพาต้า เพราะมันอยู่ใกล้บ้าน

แต่พอ MK เข้ามาตีตลาดสุกี้ แพนด้าจึงเสียแชมป์ เหตุเพราะ MK ใช้หม้อไฟฟ้า แต่แพนด้าใช้หม้อแก๊ส

สามคนพ่อแม่ลูกจึงไปกิน MK ที่บิ๊กซีติวานนท์แทน

 

บางทีก็ไปกินข้าวนอกบ้าน ร้านที่ไปบ่อยๆคือ ขนาบน้ำ ใต้สะพานซังฮี้ (ชื่อทางการคือสะพา่นกรุงธน)

 

แล้วก็มีร้านข้าวต้มแถวแยกพลับพลาไชย ร้านนี้เป็นร้านอาหารจีนแท้ๆ และลูกค้าเยอะมากกกกก

ป๊าเคยสั่งหมูสับต้มบ๊วยมากิน ไม่น่าเชื่อว่าหมูสับก้อนกลมๆในน้ำแกงบ๊วยจะอร่อยขนาดนั้น!

รสชาติเปรี้ยวๆแต่ชุ่มคอมาก

อีกเมนูนึงของร้านนี้ที่เราลืมไม่ลงคือ หมูหนาว มันคือส่วนใดส่วนนึงของหมูที่นำไปแช่ช่องฟรีซจนเย็นจัด

เวลายกมาเสิร์ฟ หมูจะเป็นสีน้ำตาล และมีลักษณะเหมือนวุ้น พูดให้เห็นภาพชัดๆคือเหมือนไข่เยี่ยวม้า

เย็นเจี๊ยบและรสชาติสยดสยองมาก

แต่ครอบครัวเราไม่ค่อยไปร้านนี้เพราะมันไกล

ครอบครัวเรามักไปกินข้าวต้มแถวๆเสาชิงช้ามากกว่า

 

บางทีก็ไปกินหัวปลาช่องนนทรีใกล้ๆ รพ. ยันฮี 

ป๊าชอบสั่งออส่วน กับ หม้อไฟปลาโอแบบลูกกรุง ทำให้เราเป็นคนชอบกินหอยนางรมไปเลย

 

พอถึงวันพ่อ ป๊าก็จะขับรถพาเรากับม๊าไปดูไฟแถววังจิตรลดา พระบรมรูปทรงม้า ถนนราชดำเนินทุกปี

บางทีก็ไปนั่งเล่นที่พุทธมณฑลบ้าง สวนสยามบ้าง เดินห้างบ้าง นานๆทีจะได้ไปน้ำตกแถวๆนครนายก

 

คิดถึงวันคืนเก่าๆเหมือนกันนะ เหมือนมันเพิ่งผ่านไปไม่นาน ทั้งที่จริงๆแล้ว มันนานมากแล้วล่ะ...

 ... ... ..

 

นั่งกะป๊อไปศิริราช เดินจากหน้าศิริราชไปขึ้นเรือข้ามฟากที่ท่าวังหลัง

อ้าว มันไม่มีข้ามฟากไปท่าพระอาทิตย์แฮะ

โอเค ข้ามไปท่าพระจันทร์

 

เดินจากท่าพระจันทร์ไปโรงพิมพ์คุรุสภาซึ่งอยู่ข้างสวนสันติฯ

ไปถึงเจอชาวสีสรรกรุงเทพ 2 คน ลุงที่ดูแลตึกอีก 1 คน และใครก็ไม่รู้อีก 4-5 คน

เค้าบอกว่าสำหรับวันนี้เค้าทำกันหมดแล้ว แป่ว เรามาช้าไป

ว๊ากเค้าไปนิดหน่อยว่าอ่านจากในเวบสีสรรฯ บอกว่าทำกันถึง 6 โมงเย็นนี่!

ไม่เป็นไร เดี๋ยวอาทิตย์หน้าไปใหม่ ทีนี้จะตื่นแต่เช้า (ที่ตื่นสายเพราะเมื่อคืนไปบริค แหะแหะ)

เดินข้ามถนนไปนั่งกินมะตะไก่

 

กินเสร็จแล้วเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาไปโรงละครแห่งชาติ

5 โมงเย็นแล้วตอนนั้น เรานั่งจุมปุ๊กอยู่ที่ศาลาสังคีตข้างโรงละคร

ดูลำตัด คณะแม่ขวัญจิต ศรีประจัน สนุกมาก

ดูตีกลองสะบัดชัย และกลองอะไรไม่รู้จำชื่อไม่ได้ของภาคเหนือ เพลิดเพลินมาก

อากาศดี ลมเย็น ฟ้าสวย ชิว~~~

 

ออกจากศาลาสังคีต 1 ทุ่ม เดินฝ่าฝูงชนเข้าสู่สนามหลวง

นั่งกินโฮเด้งกลางสนามหลวง ไม่อร่อยอย่างแรง

ยืนขึ้นร้องเพลงสดุดีมหาราชา และเพลงสรรเสริญพระบารมี *ขนลุก*

พลุสวยมาก เหมือนดวงดาวพราวพร่างกลางนภา

เป็นครั้งแรกที่เห็นพลุชุดใหญ่ในระยะประชิดขนาดนี้ ประทับใจสุดๆ

 

เดินออกจากสนามหลวง มองว่าจะเอายังไงต่อดี

คนมหาศาล คลื่นมหาชนล้วนมุ่งหน้าไปถนนราชดำเนิน คนเยอะมากจนเราไม่สามารถฝ่าไปได้

สงสัยมากว่าทำไมเค้ามุ่งหน้าไปทางเดียวกัน แล้วก็ได้คำตอบว่าส่วนนึงเค้าเดินขึ้นสะพานพระปิ่นเกล้า

จึงเลือกเดินไปคลองหลอดเพราะคิดว่าคนคงจะเบาบางลง แต่คิดผิด ดูเหมือนว่าใครๆก็คิดแบบนี้

 

เดินจากคลองหลอดไปทะลุเสาชิงช้า ตอนนั้น 2 ทุ่มครึ่งแล้ว

แวะกินข้าวต้มที่เคยไปกินกับพ่อตอนเด็กๆ (ไม่ได้ไปกินร้านนี้เกิน 10 ปีแล้ว)

คิดถึงไส้เป็ดมาก จำได้ว่าอร่อยไร้เทียมทาน

ไส้เป็ดร้อนๆอยู่บนโต๊ะ อร่อยมาก แต่ก็นึกในใจ จำได้ว่ามันอร่อยกว่านี้นี่หว่า

อย่างไรก็ตาม กินคนเดียวหมดทั้งชาม ทำไปได้มากๆ

เพิ่งรู้ด้วยว่า น้ำจิ้มที่เค้าให้มามันอร่อย! ไม่เคยกินไส้เป็ดกับน้ำจิ้มมาก่อน เพราะเป็นคนไม่ชอบน้ำจิ้ม ซอสก็ไม่ชอบ ซื้อไส้กรอกเซเว่นไม่เคยขอซอสเลย

เดินออกจากร้านข้าวต้ม อิ่มมากกกกก

เดินมาอีกนิดนึง เจอร้านข้าวต้มเป็ดอีกร้าน จึงเป็นคำตอบว่า ทำไมเมื่อก่อนไส้เป็ดมันอร่อยกว่านี้

กินผิดร้านนี่เองครับพี่น้อง -*- เวลา 10 ปีมันทำให้ความจำเลอะเลือนจริงๆ

 

เดินมาทะลุถนนสนามไชยที่เลี้ยวซ้ายจะไปโผล่ภูเขาทอง

ร้านผัดไทฝั่งตรงข้ามคนกินกันแน่นเยี่ยงเค้าแจกฟรี

ได้ข่าวมาเหมือนกันว่าผัดไทร้านนี้อร่อย แต่ไม่เคยกินเพราะไม่ชอบกินผัดไท ที่ไม่ชอบผัดไทเพราะไม่กินถั่วงอก

ถ้าผัดไทไม่ใส่ถั่วงอกมันก็คงจะเลี่ยนมากเลยทีเดียวสินะ - -''

 

ปรากฎว่าผู้คนจากถนนราชดำเนินช่วงผ่านพิภพลีลา (ป้อมมหากาฬ) แห่กันมาถนนสายนี้

ที่สำคัญ สี่แยกที่จะเลี้ยวไปเยาวราชเป็นทางวันเวย์

รถติดวินาศสันตะโร

จึงเดินย้อนกลับไปคลองหลอด

ทุกคนล้วนรอดักแท็กซี่ จึงหมดหวังที่จะโบกรถกลับบ้านแน่ๆ

เราจึงเดินไปเรื่อยๆ ผ่านโรงเรียนเบญจมราชาลัย

ถึงสวนรมณีนาถ ผ่านดิโอลด์สยาม ผ่านเพาะช่าง ข้ามสะพานพุทธ 

และโบกแท็กซี่ได้ที่วงเวียนเล็ก

จะโบกทำไม เดินอีกนิดหน่อยก็ถึงวงเวียนใหญ่แล้ว -*-

เล่าให้คุณลุงโชเฟอร์ฟังว่า ลุงรู้ไหมว่าหนูเดินมาจากไหน!!

 

กลับถึงที่พักโดยสวัสดิภาพ

ตอนแรกเครียดว่ากินไส้เป็ดคนเดียวทั้งชาม อ้วนตายชักแน่ๆ ตอนนี้ไม่เครียดแล้วเพราะคิดว่าพลังงานคงเผาผลาญไปกับการเดินเรียบร้อยแล้ว

คิดว่าปีหน้าคงต้องฟิตร่างกายกว่านี้ถ้าจะมาเที่ยวงานวันพ่อ ณ สนามหลวง (เยี่ยงเตรียมตัวขึ้นภูกระดึง)

 

สงสัยมากว่าเส้นทางที่เราเดินวันนี้นี่มันนับได้กี่กิโลเมตรเนี่ย!

 

ปล.

- เอนทรี่นี้เป็นครั้งแรกที่เราใช้ map กรี๊ดดดด ไม่บ้านนอกแล้วตรู

- หมุดที่ปักไว้แสดงตำแหน่งของร้านข้าวต้มไส้เป็นรสเด็ดที่ไปกินมาวันนี้นะคะ ย้ำว่าร้านที่ถูกต้องคือร้านที่ 2 ขวามือถ้าคุณเดินจากเสาชิงช้า และเป็นร้านที่ 1 ซ้ายมือถ้าเดินจากปากซอยวัดราชนัดดา!!!

- ถึงเราจะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน แต่หนูก็รู้ว่าป๊ารักหนูมากเท่าที่พ่อคนนึงจะรักลูกสาว (ที่ดื้อมาก) คนเดียวได้ 

- วันพ่อปีนี้ซื้อเสื้อคอโปโลของ Pierre Cardin ให้ (เจอกันไปเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา) ตอนส่งเสื้อให้ป๊า ป๊าอึ้งแล้วแอบน้ำตาคลอ เราซึ่งกลัวว่าตัวเองจะน้ำตาคลอไปด้วยจึงรีบทำลายบรรยากาศซึ้งๆด้วยประโยคที่ว่า "หนูซื้อเสื้อให้ แต่ป๊าเลี้ยงข้าวนะ"สรุปว่าพาป๊าไปกินชาบูชิ และแน่นอน ...ป๊าจ่าย 555+

- แอบเห็นว่า ป๊าใส่เสื้อที่ซื้อให้เมื่อ 2 ปีก่อนมาเจอ ...บังเอิญหรือจงใจก็ไม่รู้ล่ะ แต่เราซึ้งไปแล้ว

- ขอให้ในหลวงหายประชวรโดยเร็ววันค่ะ