ท่องเขาใหญ่

posted on 17 Dec 2006 21:16 by gethigh
ที่สุดของความสุข!
ถ้าใครสงสัยว่ามีเรื่องอะไร ทำไมถึงมีความสุขนัก ก็จะเฉลยให้ฟังว่าเพิ่งกลับจากเขาใหญ่ล่ะ ^__^
ออกเดินทาง
เราออกจากบ้านในเช้าวันเสาร์มุ่งหน้าไปยังออฟฟิศ dFLY เวลา 9 โมงเช้า ก็เจอกับแป๋ม ญ และพี่ๆที่ออฟฟิศ
ออกจากออฟฟิศเวลา 10 โมง มุ่งหน้าสู่ Valley de Chaley ที่ปากช่อง จ.นครราชสีมา หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า โคราช
เรานั่งรถแป๋ม 2 สหายก็ชิวกันไปตลอดทางเพียง 2 คน ไม่มีน้องโบราณ 2 คนมานั่งด้วยเพราะพี่บอมส์ (เจ้านายคนใหม่) บอกว่าน้องโทรมายกเลิกตอนเที่ยงคืน
ขับกันไปเรื่อยๆ มองไม่เห็นรถพี่บอมส์เลย ...ไม่เป็นไร ตามป้ายมันไปเรื่อยๆ แต่ 2 สหายชักไม่แน่ใว่เรามากันถูกทางรึเปล่า กลัวมารู้ตัวอีกทีจะโผล่ไปเชียงใหม่ซะก่อน เลยแวะไปเข้าห้องน้ำที่โลตัสสระบุรี แล้วถือโอกาสถามทางด้วย ว่าปากช่องมันไปทางไหนกันแน่
ได้ข้อมูลมาพอหายงง เราจึงรีบออกรถพร้อมกับมีดังกิ้นโดนัทอยู่ในมือคนละชิ้น พร้อมเป๊ปซี่แก้วใหญ่เป็นเสบียงพอกรุบกริบ
ฟาร์มโชคชัย
ปากช่องไม่ไกลอย่างที่คิด
...เผลอแป๊ปเดียวเราก็มาถึงฟาร์มโชคชัยซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของโคราช อันเป็นจุดหมายปลายทางที่พี่บอมส์บอกไว้ ...เราจัดแจงโทรหาพี่บอมส์และได้ความว่า พี่บอมส์ยังคงอยู่ระหว่างทาง (เป็นงง ... นี่เราแซงพี่เค้ามาเรอะ) เราจึงพร้อมใจกันออกไปเดินเล่นบริเวณด้านหน้าของฟาร์มโชคชัยซึ่งมีร้านค้าของฟาร์มเต็มไปหมด ทั้งร้านไอศกรีม ร้านขายของที่ระลึก ร้านสเต๊ก ซึ่งแน่นอนว่า ราคาย่อมแพงไปตามไปด้วย
เราสองคนยอมจ่ายเงิน 38 บาทเพื่อไอศกรีมคนละถ้วยเล็กๆ ซึ่งมีส่วนผสมของนมสดถึง 80 % ...เข้มข้น หอม หวาน มัน ดีมากๆ ขอบอกเลยว่าไม่เคยกินไอติมที่ไหนที่มีรสนมเข้มข้นขนาดนี้ ประทับใจมากๆ
ข้างๆร้านไอศกรีมมีห้องกระจกอยู่ ภายในมีวัวตัวใหญ่เบ้งๆอยู่ 1 ตัว เราเกาะกระจกดูด้วยความตื่นตาตื่นใจ ...อืมมม เข้าใจจัดบรรยากาศแฮะ มีการเอาหุ่นวัวมาตั้งโชว์ในตู้กระจกด้วย ...เอ๊ะ ...ทำไมหุ่นวัวกะพริบตาล่ะเนี่ย @__@ ....เฮ้ย! หุ่นหันหน้าด้วย .................... โอเล่งงค่ะ ...วัวจริงนี่หว่า!!!
ไม่เคยเห็นโคนมระยะประชิดขนาดนี้เลยอ่ะ วัวน่ารักมากๆ เหมือนข้างกล่องไทยเดนมาร์คเลยอ่ะ ...ตัวใหญ่ๆ ขนละเอียดสีขาวแซมด้วยสีดำดูอ่อนนุ่มและสะอาดมากๆ ...ใต้ปากวัวมีกระถางใส่หญ้าอยู่ด้วย
หน้าฟาร์มโชคชัยมีคนมุงกันเพียบเลย เราสงสัยกันมากว่าเค้ามุงอะไรกัน เลยต้องไปมุงมั่งตามประสาไทยมุง อิอิ ...ปรากฎว่าเป็น ลูกหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์พันธุ์แท้อยู่ในกรง ขายตัวละ 7500 เท่านั้นเองอ่ะ!!! น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เชื่องสุดๆเลย ขนสีทองเป็นประกายเลย น่ารักจนเรากับแป๋มวางแผนว่าจะขโมยกลับกรุงเทพกันสักตัวดีมั้ยน้า~~
รอพี่บอมส์อยู่อึดใจพระพุทธ พี่บอมส์ก็โทรมาบอกว่า มาถึงแล้ว ให้เราขับรถเลยฟาร์มโชคชัยขึ้นมาหน่อย ...เจอกันหน้าปากทางเข้า Valley de Chaley และขับรถกันไปประมาณ 10 นาที เราก็มาถึงรีสอร์ทที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง ^__^
Valley de Chaley
เป็นรีสอร์ทที่กว้างกี่ไร่ก็ไม่รู้ล่ะ รู้แต่ว่ากว้างมาก ...ต้นไม้เยอะพอสมควร ไม่หรูหรา แต่ก็อากาศดี ...เราพักห้องเดียวกับแป๋ม ในห้องมีเตียงเดี่ยว 2 เตียง ในห้องน้ำมีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย (เฮ้อ...โล่งอก ไม่แข็งตายแล้วเรา) เข้าถึงที่พักประมาณเที่ยงกว่าๆ แยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย (พูดเหมือนตามหนังสือท่องเที่ยวที่ขายทัวร์เลยเนอะ)ไปกินข้าวเที่ยงที่รีสอร์ทปรากฎว่ารสชาติห่วยแตกอย่างไม่น่าเชื่อ สั่ง ข้าวปลาหมึกผัดพริกเผา ออกมาเป็น ปลาหมึกผัดพริกแกง สั่ง หมูกระเทียม แต่ได้ หมูแดดเดียว แทน คิดดูละกัน
...บ่าย2 ออกมาประชุมกันถึง concept ของหนังสือ ทิศทางที่เราจะทำกันต่อไป จนถึงหน้าที่ของแต่ละคน ...เอาเป็นว่า เรากับแป๋ม ญ ที่จะเริ่มงานในเดือนมกรานี้เข้ามาในจังหวะที่หนังสือจะปรับเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นแมกกาซีน "สายการบินเชิงท่องเที่ยว" กันพอดี มันแปลว่า มีอะไรที่ต้องทำ ต้องเรียนรู้ และต้องลุยกันเยอะมากๆเลย ...พอเห็นอนาคตรำไรแล้วว่า ข้าพเจ้าต้องได้ท่องไปทั่วไทยแน่ๆ 555 แค่คิดก็มันส์แล้ว
ประชุมกันถึงประมาณ 5 โมงเย็นก็แยกย้ายกันไปห้องใครห้องมัน เรากับแป๋มหลับปุ๋ยกันโดยพร้อมเพรียง ตื่นมาอีกทีกี่โมงแล้วจำไม่ได้ละ แต่ที่รู้ๆคือพี่บอมส์พาพวกเราไปกินข้าวในตัวอำเภอปากช่อง ชื่อร้าน ร่มไม้ชายน้ำ ...บรรยากาศดีมากมากกกกก ...บรรยากาศดี อาหารก็อร่อย ...ได้กินไฮเนเก้นด้วย อิอิ นุ่มคอดีแท้ ...2 แก้วเท่านั้น โอเล่หน้าแดงแจ๋เลยอ่ะ -*- เซ็งจริงๆ แต่ไม่ได้เมานะ
กินข้าวกินปลากันเสร็จก็ยกพลกันกลับรีสอร์ทเพื่อ ...ประชุม! ช่ายแล้นนน ...ประชุมกันต่อ ประชุมๆๆๆๆกันถึงประมาณเที่ยงคืนก็ปิดประชุม ...แป๋ม ญ กลับไปอาบน้ำนอน ในขณะที่เราแว่บไปเล่นป๊อกเด้งกับพี่ๆนิดนึง (งานนี้ พีทมีแจม) เล่นตาละบาท ลงไป 15 บาท ขาดทุนกระจุยเลยเว้ย เลยกลับห้องดีกว่า และพบว่า อิแป๋มนอนตาแป๋วดูทีวีอยู่...อาบน้ำไปเต้นไป (แม้จะอาบน้ำอุ่น แต่ห้องน้ำดันมีหน้าต่างบานเกล็ดอ่ะ -*-) ...นอนดู mv เพลง rs เสี่ยวๆไปแป๊ปนึง เราก็ปิดไฟนอน...
เที่ยวถ้ำ
เราตื่นมาตอน 8 โมงเช้า ...หนาวสัด -*- เห็นจักรยานของทางรีสอร์ทจอดไว้หน้าที่พัก 1 คัน ...ใครขี่มาไม่รู้ล่ะ แต่ตูจะเอาไปขี่เล่นก่อนนะเฟ้ย ...ขี่ๆๆๆๆๆ หนาวมากๆเมื่อยมากๆ รีสอร์ทนี่มันก็กว้างมากๆจริงๆด้วยเว้ย...ไม่ได้ออกกำลังกายมานานมันทำให้เราเหนื่อยง่ายขนาดนี้เลยอ่ะ เซ็งจริงๆ ...เดินไปกินข้าวเช้าที่เรือนรับรองของรีสอร์ทกับพีท (อิแป๋มยังหลับอุตุอยู่ในห้อง) ซัดข้าวผัดอเมริกันและโอวัลติน พร้อมขนมปังปิ้งทาแยมไปอีก 1 แผ่น ...กลับมาที่ห้อง หลับไปอีกหน่อยนึงก็รีบตื่นไปอาบน้ำเพราะพี่ๆบอกว่าจะพาไปเที่ยงถ้ำ
ถ้ำแรกที่เราไปอยู่ในวัดชื่อ วัดถ้ำไก่แก้ว ...เข้าไปได้แค่ปากทางเท่านั้น เพราะผู้ดูแลบอกว่า ทางข้างในค่อนข้างหฤโหดและลึกประมาณ 1 กม. เราเลยได้แค่ไหว้พระและย้ายก้นไปยังถ้ำใกล้ๆอีกถ้ำหนึ่ง ชื่อ ถ้ำแก้วสารพัดนึก ...หมายมั่นปั่นมือมากๆว่าจะได้เห็นหินงอกหินย้อยงามๆแหง ...แต่เปล่าว่ะ ...เพราะพี่โอ๋ (ฝ่ายการตลาด) บอกว่า เค้าเคยมาเมื่อหลายปีก่อนยังเข้าฟรีอยู่เลย แต่ตอนนี้มันเก็บค่าเข้าคนละ 40 อ่ะ -*- ...ฮ่วย! (แต่ก็เข้าใจนะ ว่าเก็บเพื่อไปบำรุงรักษาสถานที่) ...เมื่อ 2 ถ้ำก็ไม่ได้เที่ยว พี่บอมส์จึงพาพวกเรามุ่งตรงไปเขาใหญ่แทน เย้!
สู่เขาใหญ่
จากถ้ำ (ซึ่งอยู่ใกล้ๆรีสอร์ทที่เราไปพัก)ไปยังเขาใหญ่นั้นไม่ไกลมากเท่าใดนัก (แต่มันก็แปลว่ามันก็ไกลพอสมควรนะ) 2 ข้างทางนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี อากาศดีมากๆจนเราพร้อมใจปิดแอร์และเปิดกระจกรถแทน ลมตีเข้าหน้าพั่บๆ หัวหูยุ่งไปหมด แต่ก็ชื่นจายย
จ่ายค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นมรดกโลก กันไปหลายสตางค์อยู่ ...รถ 2 คนและคนอีกประมาณ 9 คนก็ขับรถขึ้นสู่เขาใหญ่ ...ทางลาดชันมากๆ มัวเพลินมองวิวไม่ได้เด็ดขาด เพราะอาจหลุดโค้งและตกเขาเอาได้ง่ายๆ
...ต้องขอบคุณพี่บอยจริงๆที่แต่งดีๆเอาไว้ให้เราได้ฟังกันตลอดทาง ...อากาศดี มีน้ำกิน มีเพื่อนที่รู้ใจ มีเพลงดีๆฟัง จะต้องการอะไรไปมากว่านี้อีกเนี่ย...
น้ำมันไงยะ!
น้ำมันรถจะหมดค่ะพี่น้อง ...เราและแป๋มจึงเห็นพ้องต้องกันว่า เราคงต้องยอมตีรถกลับออกไปหาปั๊มก่อนที่จะติดแหงกอยู่บนภู ...จนท. ใจดีมากๆ ยอมให้เราใช้บัตรเดิมไม่ต้องซื้อบัตรใหม่ด้วย (พี่ขา ...ขอออกไปเติมน้ำมันหน่อยนะคะ หนูยังไม่ทันได้เที่ยวกันเลย ขอใช้ตั๋วเดิมนะพี่น้า~~) เติมเสร็จก็ลั้นลาขึ้นภูกันอย่างหนุกหนานทีเดียวเชียว ...เราจอดรถเป็นระยะตามจุดบริการนักท่องเที่ยวและตามจุดชมวิวต่างๆเพื่อดูว่า รถพี่บอมส์จอดรอพวกเราอยู่ที่ไหน ...จะโทรก็โทรไม่ได้ เพราะบนภูไม่มีสัญาณเลยสักขีดเดียว ...ตามหากันไปประมาณ 2-3 ที่ พี่โอ๋ก็โทรเข้ามา "พวกพี่อยู่ที่ผาเดียวดายนะน้อง ... โอเคค่ะพี่ เดี๋ยวพวกหนูตามไป"
เราจัดแจงเปิดแผนที่ที่ขอมาจากจุดบริการนักท่องเที่ยว (ที่เราแอบถามเรื่องอัตราราคาที่พักเอาไว้แล้วเรียบร้อย อิอิ ...เผื่อปีใหม่จะมาใหม่พร้อมพรรคพวก 55+) ดูแผนที่กันยังไงก็ไม่รู้ ...ที่รู้ๆคือเราไปโผล่ที่ผากล้วยไม้ซึ่งตามแผนที่นั้นคนละทางกับผาเดียวดายเลยว่ะ - -'' สอบถามทางกับ จนท อีกครั้ง ...โอเค เราจึงหาทางไปผาเดียวดายได้ในที่สุด ...แต่ไปไม่ถึงหรอก เพราะสวนกับรถพี่บอมส์ซะก่อน (พี่เค้าคงสงสัยว่าอิเด็ก 2 คนนี้มันไปหลงที่ไหนมา)
แอบเสียดายที่อดไปผาเดียวดาย(ชื่อผาเหมือนสถานที่ในหนังจีนกำลังภายในเหลือเกิน)...แต่ก็กรี๊ดแทนเมื่อเราเดาถูกว่า ทางที่พี่เค้านำไปนั้น จะพาให้เราไปพบกับ น้ำตกเหวนรก ในที่สุด
น้ำตกเหวนรก
และเราก็มาถึงน้ำตกเหวนรกจนได้ ...เรารีบชวนพี่ๆขึ้นเขาไปดูน้ำตกกันแต่พี่ๆหลายคนขอผ่าน ...ด้วยความคึกและปากดี 2 สหายจึงเดินอย่างมั่นใจขึ้นเขาไป ...ผ่านไป 15 นาที ...แฮ่กๆๆๆๆ ลิ้นห้อยค่ะ ...บันไดทางขึ้นมันจะชันไปไหนเนี่ยยยยยยยย ชันจนต้องจับราวไม่ไผ่และค่อยๆเดินขึ้นทีละก้าวเลยทีเดียวเชียว
ซ่าๆๆๆๆ
ได้ยินเสียงน้ำดังมาแล้ว กัดฟันเดินอีกนิด ...และภาพที่เห็นนั้น ...
งามมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
สายน้ำที่ไหลลงจากหน้าผาสะกดเราให้จ้องดูตาไม่กะพริบ
...ความเหนื่อยทั้งหมดที่สะสมมานั้น ...ยังคงอยู่!
(คนที่บอกว่าเห็นแล้วหายเหนื่อย ขอบอกเลยว่ามันตอแหล)
เราถ่ายรูปกันคนละแชะสองแชะ ...สิบแชะไม่ได้เพราะแดดร้อนเปรี้ยงๆ จนเสื้อแขนยาวที่เราใส่มาตลอดนั้นถูกทอดออกไปตั้งแต่ครึ่งทางแล้ว ...ถ่ายกันจนไม่มีอะไรให้ถ่ายแล้ว เพราะมันมีแค่น้ำตกกับโขดหิน ...เราก็ไต่บันไดเวรนั่นกลับไป ...จอดไม่ต้องแจวกัน ณ 10 เมตรแรกที่มีเก้าอี้ให้นั่งพัก ...เดี๊ยนเริ่มหูอื้อและสำเหนียกได้ว่าเดี๊ยนกำลังหน้ามืดแหงๆ โชคดีที่พี่วัตร (messenger) พกยาดมมาด้วย ...ปื้ดๆๆๆ ...ชื่นจายและหูตาเริ่มกลับมาเป็นปกติ เราจึงออกเดินกันอีกครั้ง
เดินทางกลับ
ก็คือเดินทางกลับไง ฮ่วย! ...อยากตั้งเต๊นท์นอนมันอีกสักคืนเจงๆ อากาศดีสุดๆ รู้สึกว่าปอดได้ฟอกเอาโอโซนเข้าไปเยอะเลย ^__^
ความประทับใจในทริปนี้
(ย้ำอีกครั้งว่า จริงๆแล้วมันคือไปประชุมนอกสถานที่ ไม่ใช่ไปเที่ยว - -'')
- ได้ออกนอกกรุงเทพซะที เย้!
- ไปเที่ยว ตจว. กับเพื่อนซี้ รู้สึกดีมากๆ (หวังว่าจะได้กลับไปอีกพร้อมกับเพื่อนคนอื่นๆ ^0^)
- พี่ๆที่ dFLY ใจดีและน่ารักกันทุกคนเลย
- เขาใหญ่สวยมากกกกกกกกก อากาศดีมากกกกกกกกกกกกก และที่สำคัญ ...สะอาดมากกกกก เราไม่เห็นเศษขยะเลยนะ ภูมิใจและรู้สึกดีจริงๆที่คนที่ขึ้นภูนั้นมีจิตสำนึกและช่วยกันรักษาความสะอาด
- กรูได้เห็นลิงด้วย! ลิงตัวเป็นๆ นั่งกันหน้าสลอนอยู่ริมถนนเลย ...เป็นลิงที่ดูสะอาด สุขภาพดี และน่ารักมากๆ มันมองเราแบบงงๆด้วย ตอนที่เราเอามือถือถ่ายมันอ่ะ
ถ่ายทันแค่ตูดลิง 555
- ยิ่งกว่าเห็นลิงคือ กรูได้เห็นกวางด้วย!!! ...กรูกับอิแป๋มกรี๊ดกร๊าดกันสุดๆ ...ขับรถอยู่ดีๆ มีกวางยืนอยู่ริมทาง น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
- ไม่ได้เห็นช้าง ...ได้เห็นขี้ช้างก็ยังดีเว้ย
Special Thanks For...
- พี่บอมส์ เสี่ยใหญ่แห่ง dFLYที่รับโอเล่และแป๋มเข้าทำงาน และใจดีสุดๆที่เราสองคนชวนมาทริปนี้
- พี่ๆ dFLY สำหรับมิตรภาพและความปราถนาดีตลอดการเดินทาง ...มกรานี้เจอกัน ...ยินดีที่ได้ร่วมงานกับพี่ๆทุกคนค่ะ
- จนท. ทุกคนบนเขาใหญ่สำหรับการบริการด้วยใจและรอยยิ้มพิมพ์ใจ
- แป๋ม ญ ...สำหรับความรื่นรมย์ ความสบายใจ และการที่มึงต้องขับรถเองคนเดียวตลอดการเดินทาง สัญญาว่าจะพยายามรีบขับรถให้คล่องซะที
ปล. ระหว่างทางบนเขาใหญ่จะมีป้ายปักไว้เป็นพักๆว่า ชลอความเร็ว ระวังสัตว์ป่าข้ามถนน และมีป้าย "ดงงูเห่า" "ดงเสือผ่าน" "ดงช้างผ่าน" ...ทำไมกูวาสนาน้อยๆเห็นแต่ลิง กวาง 1 ตัวและขี้ช้าง 1 กองล่ะ!?

edit @ 2006/12/17 21:54:52
edit @ 2007/01/06 10:50:05

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เราก้อเพิ่งไปมาแต่น่าเสียดาย ที่ไม่ได้ไปน้ำตกเหวนรก ท่าจะสวยน่าดูเลยสิ อิจฉาจัง - -

#1 By NiNew on 2006-12-17 21:21

ถามคำเดียว..เคยชวนบ้างป่ะ
โห อิจฉาว่ะ
ตั้งแต่เป็นสาวออฟฟิศนะ โหยหาชีวิตอิสระและการท่องเที่ยวตลอดเวลา
เคยไปครั้งเดียวตอนอยู่ปีหนึ่งค่ะ

ตอนนั้นเรียนอยู่โคราช

แล้วนั่งรถไฟไปกะเพื่อนๆพี่ๆ

ในชมรมค่ายอาสา

สนุกและประทับใจมากมายค่ะ

big smile

#4 By tae_moship on 2009-12-06 06:57