Blog-Tag โดนเข้าจนได้! ^^''

posted on 06 Jan 2007 18:02 by gethigh

สืบเนื่องมาจาก น้องกลอย สาวน้อยจาก ม.เกษตร ได้โยน Tag มาให้

โดยให้เกียรติเราเป็น special guest คนที่ 6 ของเธอ ^ ^''

โอเล่ผู้นั่งรอลุ้นมา 1 คืน กับอีกเกือบๆครึ่งวัน ว่าตูจะโดน Tag เมื่อไหร่

ก็ถึงวาระที่ต้องมาแฉตัวเองให้ชาวบ้านฟังเสียที 555

*** *** ***

สำหรับคนที่สงสัยว่า Tag คืออะไร

ง่าย ๆ เลยค่ะ มันคือ บลอคลูกโซ่!

คำสั่งคือ ให้คุณบอกสิ่งที่คนอื่นไม่รู้เกี่ยวกับตัวคุณ 5 ข้อ

แล้วส่ง Tag ต่อให้กับผู้โชคดีอีก 5 คนที่คุณเป็นผู้เลือก

เข้าใจกันแล้วใช่ม้าย?

^__^

เพื่อไม่ให้คนที่รออ่านอย่างกระเหี้ยนกระหือรือต้องรอนานไปมากกว่านี้

เรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะค้า

*** *** ***

1.

โอเล่เคยอยากเป็นหมอมาก ๆ

วันหนึ่งตอน ป.6 เป็นหวัดไปหาหมอ และได้มีโอกาสถามคุณหมอว่า

"หมอคะ ทำยังไงถึงจะได้เป็นหมอคะ"

คุณหมอยิ้มอย่างใจดีและตอบออกมาว่า

"หนูต้องเรียนสายวิทย์-คณิต

และท่องจำสูตรวิทย์ 200 กว่าสูตรจ้ะ"

นับจากวันนั้น

เด็กหญิงโอเล่ไม่มีความคิดที่จะเป็นหมอ

หลงเหลืออยู่ในสมองอีกเลย

2.

ตอนที่เอนท์เข้า อักษร ศิลปากร ตั้งใจไว้ว่าจะเรียนเอกเฟร้นช์ (french)

แต่พอลงเรียน french 1 และพบว่า

ต้องใช้เวลาในการสะสางการบ้านวิชาภาษาฝรั่งเศส วันละ 2 ชั่วโมง / วัน

จนทำให้ไม่มีเวลาไปซ้อมเชียร์ ไม่มีเวลาไปทำกิจกรรม

อดไปกินข้าวที่องค์พระกับเพื่อน อดดูละครเวที อดสารพัดจะอด

เราเลยถอนมันซะอย่างนั้น!

และใช้ชีวิตเฟรชชี่ปี 1 อย่างสนุกสนาน

(คิดง่ายมาก ทำไปได้นะเรา -*-)

จนวันหนึ่งเดินสวนกับ อจ.ที่สอนเฟร้นช์ในโรงอาหาร

อจ. ทักว่าเป็นยังไงบ้างล่ะตั้งแต่ถอนเฟร้นช์

ยัยโอเล่ตอบอย่างหน้าชื่นตาบานว่า

"ชีวิตหนูมีความสุขขึ้นเยอะเลยค่ะ!"

(มานั่ง ๆ คิดตอนนี้แล้วรู้สึกแย่จัง

อจ. ขา ...หนูขอโทษที่พูดจาไม่มีสัมมาคารวะค่ะ - -'')

3.

ละครเวทีเรื่องโปรดของเรามี 3 เรื่อง

ล้วนเป็นเรื่องที่เราดูตอนปี 1 ทั้งสิ้น

ทั้ง 3 เรื่องเป็นจุดหักเหของชีวิตเรา

เพราะทำให้เราเลือกเรียนละครเวที

(พิมพ์ไปขนลุกไปแฮะ)

ผู้กำกับ 3 คน จากละครเวที 3 เรื่องกลายเป็นคน 3 คนที่มีบทบาทในชีวิตเรา

คนหนึ่ง เป็นคนที่เปลี่ยนแนวคิดและการมองโลกของเราไปตลอดกาล

จะเรียกว่าเป็น Idol ของเราก็คงไม่ผิด

อีกคน เป็นคนที่ทำให้สายตาของเรา

ไม่อาจละไปจากละครของพี่เค้าได้เลย ... ทรงพลังมากๆ

คนสุดท้าย กลายเป็นคนที่รักเรา...เป็นคนที่เรารักในปัจจุบัน

อยู่ด้วยกัน...รักกันไปนานๆน้า~~~

(เขินวุ้ย >//< )

พี่หนุงหนิง พี่จุ๊บจิ๊บ พี่โม ...ขอบคุณค่ะพี่

4.

งานหนังสือเป็นงานที่ฉันใฝ่ฝันจะทำมาตั้งแต่เลิกคิดเป็นหมอ

แต่งานที่ฉันอยากทำจริง ๆ คือ ละครเวที

ตอนนี้ฉันเลยทำงานหนังสือเป็นงานหลัก

เพื่อหาเงินมาทำละครเวทีซึ่งเป็นงานรอง

เพราะฉันหวังไว้ว่า

สักวัน ... ฉันจะทำละครเวทีเป็นงานหลัก

แล้วนั่งเขียนหนังสืออยู่กับบ้านเป็นงานรอง

~ ทั้งสองอย่างล้วนเป็นงานที่ฉันรัก ~

5.

ใครที่ไม่รู้จักฉันจริง

มักจะเข้าใจว่าฉันเป็นคนสดใส

มักจะมองว่า ฉันเป็นคนเจ้าชู้

มักจะคิดว่า ฉันเป็นคนใจดีและมองโลกในแง่ดี

พวกเขาเข้าใจผิดทั้งหมด

*** *** ***

แล้วก็ถึงเวลาส่งต่อคบเพลิงให้ไปเผาตัวเองกันต่อแล้วนะค้า

รับกันไปเลยค่า แล้วอย่าลืมส่งต่อไปอีก 5 คนนะจ๊ะ ^0^

คนแรก พี่แคมป์ ผู้กำกับของโอเล่ตอนปี 3 รับไปเลยนะตัว

http://pinocchio.exteen.com/

คนที่ 2 สหายแสนดีของข้าพเจ้า ณ สนพ.1168 รังเก่าของข้าพเจ้าเอง

เผาตัวเองให้เกรียมซะ! ไอ้แสนดี

(ชั้นรู้นะ ว่าแกกำลังจะพูดว่า "แก...ไอ้ใจบาป" ใช่มะ อิอิ)

http://keepsmiling.exteen.com/

คนที่ 3 คุณ หูแมวดิ้นพั่บๆ (ชื่อแปลกดีเนอะ หุหุ)

ในฐานะที่ใจดีกะโอเล่มาตลอด

เชิญค่า

http://daina.exteen.com/

คนที่ 4 โรส เพื่อนเอกบรรณ ร่วมสถาบันของเราเอง

อย่าโกรธชั้นเลยนะแก ก๊ากกกก

http://la-lune.exteen.com/

คนที่ 5 ยัยนู๋ เพื่อนสาวเอกอิ้ง (แกเอกอิ้งหรือเยอนะหนู) ร่วมสถาบันเช่นกันค่ะ

http://roxz.exteen.com/

ผู้ที่ได้รับคบเพลิงแห่งความผิดบาปนี้ (ก๊ากกกก!!!)

กรุณาจุดไฟเผาตัวซะ ณ บัดนาวววววววว

โปรดฟังอีกครั้ง


edit @ 2007/01/06 18:44:22

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เด็กสายวิทย์ท่องสูตรจนเบลอ เด็กสาวศิลป์ก็ท่องศัพท์จนมึน
เหมือนกันแหละอินู๋
---มันระบาดทั่วเลยนะ บอลกสะแทก

#1 By * Jetkaro ShowtimE * on 2007-01-06 18:08

55+ คบเพลิงแห่งความผิดบาปเลยเหรอค่ะ55+

ข้อ 5 อ่า คล้ายๆ หนูเลยค่ะ

ปล.ขอบคุณนะคะ ที่ร่วมสนุกกัน 555555+ จุ๊บๆ

#2 By N o O ~ k L o Y 3 3 on 2007-01-06 19:20

โดนเหมือนกันเลยค่ะ

#3 By ซากุระจัง on 2007-01-06 19:51

หึหึ เผากันได้นะ หึหึ
ได้เลยถ้าเสนอมาก็จะสนองให้ หึหึ
หึหึ
พึ่งรู้นะเนี่ยว่าคุณพีนอคคีโอชื่อแคมป์ แถมเป็นผู้กำกับซะด้วย จะว่าไปพวกเรานี่คนกันเองทั้งนั้นเลยนะเนี่ย รู้จักวนๆกันอยู่ตรงนี้เอง

มาเรียนหมอจีนกะพี่ไหมละโอเล่ ไม่ต้องท่องสูตรนะ พวกอารมณ์ศิลป์อย่างโอเล่น่าจะเรียนสบาย

พี่ก็เกือบจะถอนวิชาภาษาญี่ปุ่นตอนปีหนึ่งเหมือนกัน แต่แม่ไม่ยอม สุดท้ายสอบได้เอกญี่ปุ่น แต่ก็หยิ่งไม่เอา (ก็อ.เอกญี่ปุ่นแท้ๆยังมาบอกว่าเธอไปเอกอังกฤษเถอะ) แหะๆ

มีช่วงนึงพี่ก็ผูกพันกับละครเวทีเหมือนกัน เพราะหลุดเข้าไปทำละคร เป็นผู้กำกับเวทีครับ ตอนนั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับเวทีที่เฮี้ยบที่สุดในตำนานเลยนะ เขาต้องเอาชื่อพี่มาพูดเล่าขานให้รุ่นน้องฟังกันต่อไป แต่ทุกวันนี้ถ้าจะดูละครเวทีก็อยากดูของถาปัตจุฬาเป็นหลัก ไม่ได้อะไรหรอกครับ มันขำดีไม่เครียด
เสร็จแล้วนะ เฮ้อออ เหนื่อย
tag ระบาด โดนเหมือนกัน
ขอบคุณที่แวะไปอ่านเรื่องสั้นบล็อกเรา ดีใจที่ชอบนะคะ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ

#7 By .-+^melody^+-. on 2007-01-07 00:26

เขียนเสร็จแล้วจ้ะ
ตามไปดูผลงานการ Tag ของตัวเองได้เลย..
อ๊ะ! กะ...แก...

ด้ายยย แล้วจะทำนะ ขอคิดเรื่องดีๆ ที่จะเขียนถึงตัวเองหน่อย อิอิ

#9 By แสนดี (125.25.205.160) on 2007-01-08 08:57

มาตอบคำถามนะโอเล่ จบอักษรเป็นหมอได้ไหม ก็ถ้าเรียนหมอจีนละก้อได้ครับ เขาต้องการแค่ใบจบมัธยมกะผลโทเฟิลภาษาจีน(HSK)เท่านั้นเอง แต่เรียนได้หรือเปล่าอันนี้เป็นเรื่องของเรา เนื้อหาที่เกี่ยวกับวิทย์จริงๆก็คือเคมี พี่เรียนเคมีเป็นภาษาจีนไปสามวิชาอะ

ที่เหลือก็มีชีวะแต่พี่ไม่นับชีวะอยู่ในสายวิทย์นะ เพราะพี่ว่าเด็กศิลป์ก็เรียนชีวะรู้เรื่อง ส่วนวิชาที่เกี่ยวกับหมอจีนมันเป็นเหมือนปรัชญา วัฒนธรรม ที่ต้องใช้การท่องจำเป็นหลัก (จริงๆหมอแผนปัจจุบันก็เรียนด้วยการท่องเหมือนกัน) เพราะฉะนั้น มันอยู่ที่ใครขยันอ่านหนังสือมากกว่ากันครับ