บทสัมภาษณ์ที่ค้างไว้
posted on 07 Jun 2007 19:34 by gethigh in naturalistismหลังจากเบี้ยวงานของพี่น้อย วิสามัญเมือง ...มานานนับเดือน ...2 เดือน
จะเพราะจิตตก เพราะหมดไฟ หรือเพราะอะไรก็ตามแต่
แต่ในใจยังสำนึกอยู่เสมอว่า ไอ้เราก็รับงานพี่เค้ามาแล้วก็ทำให้เค้าซะทีเหอะว้า
พี่เค้าบอกเราไว้ว่า coreofarts.com จะเปิดทำการราวเดือนพฤษภา ...นี่มันก็ย่างเข้าต้นมิถุนาแล้ว เวบเค้ายังไม่เปิดเลย ...แม้จะจองพื้นที่โดเมนไว้เรียบร้อยแล้วก็ตาม
เพื่อนแป๋มบอกกับเราว่า พี่เค้ารองานมึงอยู่รึเปล่า? เค้าถึงไม่ได้ฤกษ์เปิดเวบเค้าซะที! ...ชิบหายแล้วสิกู
ความรู้สึกผิดบาปเข้าครอบคลุมหัวใจ ...เอาแล้วไง จิตตกแค่ไหน ยังไงก็ต้องรับผิดชอบงานของตัวเองนะเว้ยเฮ้ย
ว่าแล้วก็จัดแจงไปหากระดาษที่จดบทสัมภาษณ์ อจ.ชยานันท์ อาวะโต อจ.ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ฯ แล้วนั่งลงหน้าจอคอมฯ พยายามนึกทบทวนภาพบรรยากาศและความรู้สึกในวันนั้น...
แดดแรงๆในวันนั้น ...ฉันกับพี่น้อยกำลังเดินทางออกสู่นอกเมือง ...ไม่ไกลไม่ไกล ...แถวๆประตูน้ำพระอินทร์
ใครไม่เคยเดินทางออกสายเหนืออาจจะงงเล็กน้อย ว่าประตูน้ำพระอินทร์นี่มันอยู่ส่วนไหนของประเทศ ...มันยังอยู่กรุงเทพนี่แหละ เลยดอนเมืองไปอึดใจพระพุทธ
หลังจากนั่งจนเซ็งเพราะพี่น้อยขับรถช้าเหลือใจ เราก็เข้าสู่มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ฯ ...บอกตรงๆว่าฉันเองก็ไม่เคยรู้จักสถานที่นี้เลย ...แต่จะรู้จักกันวันนี้แหละ
เลี้ยวรถเข้าสู่หมู่บ้านพักอาจารย์ พี่น้อยก็หยุดรถลงที่หน้าบ้านไม้ธรรมดาๆ 2 ชั้นหลังหนึ่ง ...เป็นบ้านไม้ที่ดูธรรมดาเป็นที่สุด ถ้าไม่บอกก็คงไม่รู้ว่า ภายในมีคนที่ไม่ธรรมดาอาศัยอยู่...
เป็นความนับถือและความนิยมชมชอบส่วนตัวของฉัน ที่มีต่อคนทำงานศิลปะ ... ทุกแขนง ฉันคิดว่าคนเหล่านี้ไม่ธรรมดา พวกเขาเหมือนสัตว์ประหลาดที่มาจากดาวอีกดวงหนึ่ง ...แค่พวกเขาหยิบดินสอไม้ขึ้นมา เขาก็เสกต้นไม้ใบหญ้าให้ไหวลู่ลมได้ในกระดาษที่ก่อนหน้านี้ก็เป็นเพียงแค่กระดาษธรรมดา ...พวกเขาปั้นดินให้กลายเป็นอีกมิติที่เราเข้าไม่ถึง ถ้าไม่ใช้ใจเดินเข้าไป ...พวกเขาเริงระบำราวผีเสื้อจากดาวหาง ...เยื้องย่างอย่างสง่าราวเทวรูปจากประสาทหินแห่งจิตนาการ
และที่ฉันสังเกตมาตลอดเวลา 20 ลมหายใจ (สำนวนนี้ฉันลักมาจากคุณฟ้า พูลวรลักษณ์ นักเขียนคนโปรด) ...คนทำงานศิลปะ (ที่ฉันนิยม ชื่นชม นับถือ)เหล่านี้ ไม่เคยเรียกตัวเองว่า ศิลปิน แม้แต่คนเดียว
... อจ.ชยานันท์ อาวะโต ก็เช่นกัน ...
เขาเป็นชายร่างเล็ก พูดสำเนียงใต้ชัดเจน ยิ้มฟันขาว และนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวออกมาต้อนรับฉันกับพี่น้อย
"ตามสบายเลยนะ" เขาบอกสั้นๆ ก่อนผลุบหายเข้าไปในบ้าน
ฉันถือวิสาสะเดินสำรวจรอบๆบ้าน หน้าบ้านมีกรงนกนอกจากนั้นยังมีชอปเปอร์คันใหญ่จอดไว้ข้างบ้าน ใกล้ๆกันมีเฟรมแผ่นใหญ่ตั้งอยู่
บนนั้นปรากฎภาพสีน้ำมันที่ยังวาดไม่เสร็จดี ...หญิงสาววัยสะคราญกำลังตักน้ำจากโอ่งหินใบย่อมอยู่กลางพงไพร ผ้าถุงแบบไทยๆแนบเนื้อนวลเนียน...
พี่เขาบอกกับฉันว่า พงไพรในรูปก็หลังบ้านเขานี่แหละ... เอี้ยวตัวไปก็เห็นจริงดังนั้น นั่งไงโอ่งหิน นั่งไงใบไม้สีเขียว... ดูความจริงด้วยตาเปล่ามันแสนจะธรรมดาและไม่มีใดใดสะดุดให้สนใจเลย หากสายตาของจิตรกรกลับสามารถโฟกัสในสิ่งที่เราเห็นว่าธรรมดา และนำมาร้อยเรียงบนผืนผ้าใบให้กลายเป็นสิ่งวิเศษได้ ...ซะอย่างนั้น
หลังจากพิรุณเย็นฉ่ำถูกจุดขึ้นและดับลง บทสนทนาของเราก็เริ่มต้นขึ้น ...นี่เป็นการสัมภาษณ์เพื่อที่จะลงใน section ที่เกี่ยวกับบ้านและชีวิต ดังนั้น อะไรที่คุณกำลังจะอ่านนั้นจะไม่เกี่ยวอะไรเลยกับปรัชญาหรือแนวคิดทางศิลปะใดใดทั้งสิ้น ...แต่ถ้ามันเกี่ยวขึ้นมา แปลว่านั่นเป็นความปรารถนาของฉันเองที่อยากจะรู้ความคิดของเขาในเรื่องนั้นๆ ซึ่งถือว่านอกประเด็นจาก sextion เอ้ย section ...
Q ทำไมมาเป็นอาจารย์?
A 1. พี่ชอบนะ ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมาก ได้ต่อยอดให้มนุษย์รุ่นหลัง ได้ถ่ายทอดในสิ่งซึ่งเป็นไปตามยุคสมัยของมัน 2. มันไม่ต้องเลือกจังหวัด อยากอยู่ตรงไหนก็ขอย้ายไปตรงนั้น พี่ว่าศิลปะมีอยู่ทุกที่ อยากทำงานที่ไหนก็ได้ตามใจเราเลย แต่เดี๋ยวนี้มันมีแต่กิจกรรมทางศิลปะ แต่ไม่ดูฐานของศาสตร์ เลยทำให้ศิลปะกลายเป็นของเล่นไปเยอะ...
Q คิดว่าตัวเองมีอาชีพอะไร?
A สอนศิลปะ และทำงานศิลปะ ...ไม่ใช่ศิลปินนะ เพราะความหมายของศิลปินคือ ต้องทำงานและ 'อยู่รอด' กับศิลปะอย่างรุนแรง
Q อะไรคือ 'อยู่รอด'?
A คือต้องการการถูกตอบสนองจากผู้เสพย์ คือชื่นชมจนต้องเสพย์ จะด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งก็ตาม มันชื่นชมจนอยากจะครอบครอง
Q คิดว่าตัวเองเป็นใคร?
A (นิ่งไปนิด) กำลังหาความหมายให้กับตัวเองนะ กำลังท้าทายความสามารถของตัวเอง ... เท่าที่มีอยู่ ...เท่าที่แรงขับมีอยู่ มากเท่าที่จะไม่ก่อปัญหาให้คนอื่น ...เสริมสร้างให้มีจุดยืนที่แข็งแกร่ง ทำเท่าที่ทำให้ตัวเราเองมีความสุข และเข้าใจความหมายของตัวเอง ...ไม่ต้องดัง ...เพราะพี่ไม่เข้าใจความหมายของ 'ความดัง' เราตอบตัวเองให้ได้ก็พอ
Q ชีวิตในแต่ละวัน?
A พี่เป็นคนติดบ้าน รักสันโดษ ก็เลี้ยงหมา ปลูกต้นไม้ ...ก็มีความสุขกับการอยู่เงียบๆ ...ชอบใส่ผ้าขาวม้าอยู่บ้าน มันสบายดีนะ ไม่รู้จะอายทำไม คิดเสียว่าเป็นบ้านนอก (หัวเราะ)
Q แล้วคิดจะไปอยู่บ้านนอกบ้างมั้ย?
A พี่อยู่กรุงเทพมาตั้งแต่ พ.ศ. 2522-2535 ...มันโขแล้ว อยากไปอยู่ต่างจังหวัดที่อากาศดีๆ ฝนตกดีๆ อยู่ใกล้ภูเขา ...ถ้าหลุดจากกรุงเทพได้ก็ดี โครงสร้างมันผิดไปหมด เป็นเมืองตัวอย่างด้านปัญหาระดับโลกในเกือบทุกด้าน
Q เขียนงานตอนไหน?
A เขียนทั้งกลางวันทั้งกลางคืนหลายปีอยู่ แต่ยุงมันเยอะมาก เยอะตั้งแต่ดึกยันเช้าเลย เดี๋ยวนี้เลยเขียนตอนกลางวันอย่างเดียว กลางคืนจะสร้างน้ำหนักแค่คร่าวๆ
Q ทำงานยังไง?
A ก่อนจะนอน พี่ก็จะเปิดไฟสลัวๆไว้ 1 ดวง เราก็จะเห็นภาพในความสลัวนั้น ...มองไปก็คิดว่า วันพรุ่งนี้เราจะแก้ปัญหาในภาพยังไง จะสร้างโจทย์ยังไงต่อไป ...และเพราะบ้านมันเงียบมาก ชั้นล่างนี่เป็นที่ระวังภัยได้ดีที่สุดเลยนะ เราจะได้ยินเสียงสัตว์เดิน ถ้าหมาพี่เจองูเห่า มันก็จะเห่า 3 ครั้ง มันสื่อให้เรารู้ง่ายๆเลย เราก็จะรู้เลยนะ ว่างูมันแผ่แม่เบี้ยอยู่
Q เรื่องหนักใจ?
A หนักใจเรื่องการเก็บงานมาก พวกขี้จิ้งจก ขี้ตุ๊กแกทั้งหลายมันเป็นกรด ถ้าหยดลงภาพทีนึงนี่เดือดร้อนเลยนะแล้วจะจัดระบบให้มันเคลียร์มันเนี้ยบนี่ก็ยาก พี่ต้องกั้นกระจกไว้ไม่ให้ดอกหญ้าปลิวมาติดในงาน ...มือถือก็จะเปิดสั่นตลอด เปิดสั่นมาหลายปีแล้ว เพราะรำคาญเสียงของมันมาก ...เวลาทำงานเราจะฟังแต่เสียงจากธรรมชาติเท่านั้น
Q ฟังเพลงมั้ย / แนวไหน?
A พี่ชอบฟังเพลง New Age จะฟังเวลาทำงาน มันเพลินๆดี ไม่ต้องคิดอะไร ไหลไปเรื่อยๆ แล้วก็ชอบฟังเพลงลูกทุ่งเก่าๆ ฟังตอนอาบน้ำ ตอนนั่งซดกาแฟ ...ลูกทุ่งใหม่ๆอย่าง แมงปอ - ชลธิชา พี่ก็ชอบนะ ฟังแล้วมันรู้สึกบ้านนอกดี (ยิ้ม) อย่างไมค์ - ภิรมย์พร ก็ชอบ ฟังแล้วมันเสริมกำลังใจดี
Q ได้ข่าวว่าแก้ผ้านอน?
A (ยิ้ม) มีกางเกงในติดไว้ซักตัว เทวดาเดินไปเดินมาในบ้านก็เกรงใจเค้า เดี๋ยวจะไม่สุภาพ เดี๋ยวเค้าไม่อยากอยู่กับเรา
คุยกันมานานจนชักคอแห้ง ฉันจึงขอเบรกสักครู่ด้วยการดื่มน้ำและเดินดูภาพวาดในบ้านพี่เขาสักพัก ...ผนังบ้านเป็นที่พิงภาพผู้หญิงนุ่งผ้าถุงอาบน้ำและภาพนู้ด ...สวยและให้ความรู้สึกสมจริง ...ราวกับเห็นหญิงสาวยืนอยู่ตรงหน้า ...กำลังกำขันตักน้ำราดลงบนตัว ...ฉันแทบจะสัมผัสกับไอแดดอุ่นและสายน้ำเย็นนั่นได้
"มาเป็นแบบให้พี่มั้ย" ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่เขาพูดเล่นหรือพูดจริง ...แต่ถ้าเขาพูดจริง ฉันก็สนนะ ...การได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างงานศิลปะ มันน่าภูมิใจมากกว่าการเป็นผู้ชมเป็นไหนๆ
"ทำไมพี่ชอบวาดภาพนู้ดละคะ?"
"พี่ชอบผู้หญิง ชอบผู้หญิงแก้ผ้า ชอบเรือนร่างของสตรี ...ก็ไม่รู้ว่าผมผิดหรือเปล่านะ? (ยิ้ม)"
ฉันว่าจะสัมภาษณ์ต่อ ก็พอดีพี่เขาพูดขึ้นมาว่า "ไปกินข้าวกันเถอะ มีผัดไทไร้เส้น อร่อยมากๆอยู่หน้ามหาลัยนี่เอง" ทำเอาน้ำลายสอขึ้นมาทันที ...ทันทีที่รู้ว่า มื้อสุดท้ายที่กินมาจากบ้านนี่มันผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว
คำถามสุดท้ายก่อนที่เราสามคนจะพากันไปลองผัดไทเจ้าอร่อยที่ว่าคือ พี่คิดยังไงกับการเซ็นเซอร์ฉากชิซูกะอาบน้ำ
"พี่ว่ากระทรวงนั่นแหละที่ไปจัดการแทนความคิดของคนอื่น สรุปไปเอง ภาษาทางการเห็นของเขา เขาอาจคิดว่ามันโป๊แล้ว แต่ของเค้าคิดมาแล้ว แล้วไปทำอย่างนั้น ...อย่าดูถูกความคิดของผู้สร้างเลย มันเป็นการสร้าง culture ที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดไปด้วย"
ฉันแอบคิดในใจและคิดว่าพี่ทั้งสองคงคิดเหมือนกันคือ ใครเหรอที่จะปัญญาอ่อนเข้าใจผิดคิดอะไรแบบนั้น?!!
*อจ. ชยานันท์ อาวะโต จบปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ประจำภาควิชา ศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ฯ มีผลงานการเขียนภาพแนว Realistic อย่างดีเยี่ยม ข้อมูลอ้างอิงจาก http://202.57.155.216/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=4793384138344
edit @ 2007/06/07 21:13:59
edit @ 2007/06/07 21:20:00
edit @ 2007/06/07 22:08:08
edit @ 2007/06/07 22:35:48
edit @ 2007/06/07 22:58:46
edit @ 2007/06/07 23:14:38
edit @ 2007/06/07 23:39:37
edit @ 2007/06/07 23:55:41
edit @ 2007/06/08 00:06:42
เอาใจช่วยงับงับ
#1 By รักคือ? on 2007-06-08 00:32