Tag เรียนละครเวที(ที่ศิลปากร)อย่างคนมีกึ๋น
posted on 05 Oct 2008 11:46 by gethigh
Tag เรียน......อย่างคนมีกึ๋น กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ -
เรียนละครเวที(ที่ศิลปากร)อย่างคนมีกึ๋น
ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
จบมา 2 ปีแล้วจ้า อักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร เอก นาฎศาสตร์ ค่ะ ...สงสัยกันล่ะสิ อะไรคือนาฎศาสตร์ แล้วนาฎศาสตร์นี่มันเหมือนนาฎศิลป์หรือเปล่า เข้าเอกนี้เราต้องไปฟ้อนรำกันรึเปล่าเนี่ย???
คำตอบคือ ไม่เหมือนนะคะ (แม้ว่าพอเข้าเอกไปแล้วจะมีวิชาที่ต้องเรียนรำ 1 ตัวก็ตาม ...ไม่ยากหรอกค่ะ ไม่ต้องขยาดกันนะคะ ) ...เอาสั้นๆง่ายๆเลยดีกว่า เอกนาฎศาสตร์ คือ เอกศิลปะการละครค่ะ
ศิลปากรมีสอนละครเวทีด้วยเหรอ? ...มีสอนแค่ 2 ที่ในประเทศไทยนะคะ คือที่จุฬา กับ ศิลปากร ค่ะ
(พี่เชนแอบมาถามในคอมเมนต์ข้างล่างว่า แล้วที่ มธ. ล่ะ? ...ของ มธ.จะสังกัดคณะศิลปกรรมศาสตร์ค่ะ แต่อักษรศาสตร์ที่สอนละครนี่มีแค่ 2 ที่ค่ะพี่น้อง
)
สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
เริ่มแรกเลยก็ เก็บขา ละคร 3 ตัว ตอนเรียนปี 1 เทอม 2 และปี 2 เทอม 1 ค่ะ ได้แก่
1. องค์ประกอบของละครพูด (Element of Spoken Drama)
2. วิวัฒนาการของละครพูด (Evolution of Spoken Drama)
3. การแสดงเบื้องต้น (Basic Acting)
เก็บขาคืออะไร ทำไมต้องเก็บขา?
เราเก็บขาเพื่อนำไปเลือกเป็นวิชาเอก-โท ค่ะ โดยนักศึกษาอักษรศาสตร์ต้องเก็บขาทั้งหมด 4 ขา แล้วนำ 2 ใน 4 ไปป็นวิชาเอก-โท ค่ะ เพราะฉะนั้น วิชาที่เปิดให้เก็บขาคือ วิชาที่น้องสามารถนำไปเรียนเป็นเอก-โท ได้ ค่ะ โดยใน 4 ขานี้ บังคับไปแล้วว่า ต้องเก็บภาษาอังกฤษ 1 ขา (แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันนะคะว่าตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับตรงนี้ไปแล้วหรือยัง ^^'')
เข้าไปดูรายละเอียดรายวิชาได้จาก www.arts.su.ac.th นะคะ
อย่างตอนที่พี่เรียน พี่เก็บขาภาษาอังกฤษซึ่งเป็นขาบังคับไป 1 ขา ที่เหลือ 3 ขา พี่เก็บปรัชญา ละคร แล้วก็ดนตรีไทยค่ะ แต่ละขาจะมีวิชาให้เรียน 3 ตัว ซึ่งเราจะทยอยลงเรียนตั้งแต่ปี 1 เทอม 2 - ปี 2 เทอม 2 (หรือยืดหยุ่นได้ตามกรณีๆไป) และเราจะเข้าเอก-โท ตอนอยู่ปี 2 เทอม 2 ค่ะ
พอเข้าเอกละคร วิชาทุกตัวของละครเป็นวิชาบังคับทั้งหมดค่ะ ไม่มีวิชาเลือกใดๆทั้งสิ้น จำนวนทั้งสิ้น 54 หน่วยกิตค่ะ
ระหว่างที่เราเรียนละคร เราก็มีโอกาสไปฝึกงานในตำแหน่งต่างๆทุกตำแหน่งเลยกับพี่ๆละครที่กำลังทำละครของพวกเค้ากันอยู่ เช่น ตอนเราอยู่ปี 1 เราก็ไปเป็นน้อง element (ส่วนหนึ่งของวิชา Element of Spoken drama คือการไปฝึกงานในโปรดักชั่นละครทีซิสของพี่ปี 4 ค่ะ)ในโปรดักชั่นพี่สักคนนึง แล้วก็ช่วยงานพื้นฐานต่างๆในโปรดักชั่นนั้นๆ
วิชาที่เรียนก็หลากหลายวาไรตี้มาก เริ่มตั้งแต่ การจัดไฟ การแต่งหน้า การออกแบบฉาก แสง สีและเสียง ละครตะวันตก ละครตะวันออก ละครเชคสเปียรส์ ละครเด็ก ละครใบ้ วรรรกรรมกับการแสดง ละครโทรทัศน์ สุนทรียศาสตร์กับการแสดง การเขียนบท การกำกับการแสดง etc.
ขึ้นปี 2 ก็ไปช่วยพี่ๆทำไฟ ทำ sound หรือทำหน้าที่อื่นๆ
ขึ้นปี 3 เป็นผู้ช่วยผู้กำกับ หรือ ผู้กำกับเทคนิค
พอปี 4 ก็ถึงเวลาของเราแล้ว ที่จะเป็นผู้กำกับในละครของตัวเอง...
นักศึกษาเอก-โท ละครทุกคนต้องทำละครทีซิส 1 เรื่อง (เอกละครคือ นาฎการนิพนธ์ โทละครคือ นิจการนิพนธ์)เพื่อจบการศึกษาค่ะ
นั่นหมายถึงว่า พอเรากำลังจะขึ้นปี 4 เทอม 2 เราก็ต้องหาเรื่องสักเรื่องมาดัดแปลงบท หรือเขียนบทเอง จัดหานักแสดง ซ้อมละคร ออกแบบฉาก ทำฉาก บลาๆๆๆๆ ...ว่าง่ายๆคือนำประสบการณ์ทุกอย่างตั้งแต่อยู่ปี 1 และขลุกอยู่กับละครเวทีมาทำโปรดักชั่นละครเวทีของตัวเอง 1 เรื่องให้เสร็จสมบูรณ์นั่นแหละค่ะ
สนุกอย่าบอกใครเลยล่ะ ขอบอก ^^
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
ใช้ได้สารพัดตามแต่น้องอยากจะใช้เลยล่ะ ตัวพี่เองตั้งแต่จบมา (แม้จะเปลี่ยนมาหลายงานแล้วก็ตาม) ก็ได้ละครนี่แหละ ที่ช่วยให้เข้าใจโลก เข้าใจชีวิต แล้วนำมาปรับตัวกับการทำงานกับมนุษย์ได้ในหลายๆครั้ง ...เพราะการเรียนละคร คือการเรียนเรื่องของมนุษย์ เข้าใจละคร รู้สึก สัมผัส ก็จะเข้าใจชีวิตตัวเองขึ้นอีกเยอะ ถ้าน้องเคยสงสัยว่า เราเกิดมาทำไม ชีวิตคืออะไร ...เรียนละคร น้องจะค้นพบคำตอบนั้นด้วยตัวเองเลยค่ะอ่ะ
กลับมาประเด็นก่อน เรียนไปทำอะไรได้บ้าง ...
ขอยกตัวอย่างพี่เองก่อนนะคะ พี่ทำงานหนังสือ pocket book ทำแมกกาซีน ลองเปลี่ยนสายงานไปทำด้านภาษาดูก็ทำ receptionist ได้ ล่าสุดก้เพิ่งลาออกจากงานโรงแรมมาสดๆร้อน ...เพื่อกลับมาตามฝันของตัวเองที่จะทำงานหนังสืออีกครั้ง
เพื่อนพี่หลายคนไปเป็นคนเขียนบทหนัง ครีเอทีฟ ทำงานออแกไนซ์ เป็นแอร์ ทำงานด้านมาร์เก็ตติ้ง etc.
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
ไม่มากมายอะไรเลยค่ะ ขอแค่ใจรัก (ซึ่งต้องรักจริงๆ) ถึก อดทน เพราะการเรียนละครต้องใช้พลังในการทุ่มเทเยอะมาก ทั้งการซ้อม การทำงานโปรดักชั่น การทำงานกับคนร้อยพ่อพันแม่ บางทีน้องอาจต้องนอนดึก (จนถึงขั้นไม่ได้นอน) เมื่อน้องมาเรียนละคร มันหมายความว่า เวลาในชีวิตของน้องครึ่งหนึ่งจะอยู่กับละคร ต้องอาศัยการแบ่งเวลาเพื่อให้ทำการบ้านของวิชาอื่น+อ่านหนังสือสอบวิชาอื่นให้ทัน ไปให้ทันนัดแฟน หรือบางทีอาจต้องเบี้ยวนัดกิ๊กโดยไม่ตั้งใจ
อนึ่ง อักษรศาตร์ ศิลปากร เรียนที่วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ หรือที่รู้จักกันในนาม ทับแก้ว ตลอด 4 ปี ค่ะ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
จะเรียนอักษรให้รุ่งควรเป็นคนรักการอ่าน หรืออ่านได้นานๆโดยไม่เบื่อ เพราะมีหนังสือต้องอ่าน ต้องค้นคว้าเพิ่มเยอะมากกก แล้วก็ต้องเป็นคนรักการเขียนด้วย เพราะต้องเขียนงานส่งเยอะมากกกก ถ้าเป็นคนชอบดูหนังด้วย เรียนละครที่นี่ก็จะได้ดูหนังดีๆที่ชีวิตนี้ไม่เคยดู ไม่เคยรู้จักมาก่อนเยอะแยะ ถ้าเป็นคนชอบสังคม ชอบมีเพื่อน เรียนละครที่นี่ก็จะได้รู้จักกับคนต่างคณะล้นหลามเกินกว่าจะคาดคิดได้ ทั้งคนแปลกๆ คนเจ๋งๆ คนไอเดียดี คนใจงาม etc. แล้วบางทีก็จะมีหลายคนมารู้จักเรา (ผ่านการทำงานละคร)ทั้งที่เรามั่นใจว่าเราไม่รู้จักเค้า ^^''
หลายคนคอนเฟิร์มว่า ศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยที่สนุกที่สุดในโลก ...พี่ไม่รู้ว่าคำกล่าวนี้เป็นจริงมั้ย เพราะพี่ก็ไม่เคยเรียนที่อื่น แต่พี่ก็แอบเห็นด้วยกับคนพูดนะ...
...ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ พี่ก็ยังจะเอนท์เข้าอักษร ศิลปากร แล้วเข้าเอกละครนี่แหละค่ะ ...4 ปีในทับแก้วเป็นช่วงเวลาที่พี่มีความสุขในชีวิตเลย ถ้าน้องอยากรู้จักกับศิลปะแขนงนี้จริงๆ รักการอ่าน รักการเขียน รักการทำงานกับผู้คน ชอบทำกิจกรรม (ที่มามาให้ทำตลอดทั้งปี ไม่มีเว้นวรรค!) พร้อมที่จะทำงานหนัก ทุ่มเท และให้ใจกับสิ่งหนึ่งที่มันจะติดตัวน้องไปตลอดชีวิต จนซึมลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ...
อักษรศาสตร์ ศิลปากร ยินดีต้อนรับค่ะ


ศิลปากรสนุกที่สุดในโลก
ชั้นว่าการเรียนละครทำให้แกเข้าใจเจ้านายเก่าได้ดีด้วยนะ ว่าคนแบบนี้ไม่ได้มีแต่ในละคร
#1 By บรรณารักษ์เลือดใหม่ on 2008-10-05 14:22