BTF Workshop (part I)
posted on 11 Nov 2008 18:17 by gethighกลับมาจาก Workshop ละครของ BTF แล้วค่ะ
ความรู้สึกที่ได้กลับมาคือ สนุก มันส์ และเหนื่อยมากกกกกกกกกกกกกก
ไม่ได้ยุ่งกับละครเวทีมาเกือบๆ 1 ปี (แต่ไปดูบ่อยๆ) พอไป workshop คราวนี้ สังขารมันเลยฟ้องกันออกมาชัดๆเลยว่า แก่แล้วล่ะเรา
สำหรับคนที่สงสัยว่า workshop ละครเวทีแล้วทำไมถึงเหนื่อย มันเกี่ยวกันยังไง? ขออธิบายให้ฟังสักนิดว่า กระบวนการใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการทำละครเวทีนั้นต้องใช้พลังเข้าขั้นมหาศาลค่ะ การฝึก voice หรือเรื่อง movement ล้วนต้องอาศัยร่างกายที่แข็งแรง ยืดหยุ่น และสุขภาพที่ดีเป็นสำคัญค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาที่เราไปดูละครเวทีเรื่องใดๆแล้วเห็นนักแสดงเค้ากระโดดโลดเต้น ร้องไห้ หัวเราะ เดินไปเดินมา หรือแสดงท่าทางใดๆ ก่อนหน้านั้นเค้าต้องผ่านกระบวนการทำโปรดักชั่นที่ 'ฝึกหนัก' มากเลยนะคะ
วกกลับมาเรื่องตัวเองดีกว่า ...อันที่จริงแล้วมันคงไม่เหนื่อยง่ายขนาดนี้หรอกค่ะ ถ้าที่ผ่านมาเราดูแลตัวเองสักนิด ...ทั้งหมดที่เคยทำก็คือ เห่อไปว่ายน้ำ (เพราะมี Sport Club อยู่ข้างๆหอ) อยู่เดือนนึง (ราว 3 เดือนก่อน) แล้วต้องเสียค่าเห่อไปเหยียบๆ 2 พันให้กับค่าชุดว่ายน้ำ หมวกว่ายน้ำ ยังไม่รวมค่าสมาชิกสระว่ายน้ำ เดือนละ 600 บาทด้วยนะคะ (เค้าคิดค่าลงสระครั้งละ 70 บาท เลยสมัครไปเลย ...แล้วก็ไม่คุ้ม
) นอกจากนั้นยังมีอบายมุขต่างๆทั้งเบียร์ บุหรี่ และการ Hang out + Party กันอย่างสุดเหวี่ยงที่ล้วนแล้วแต่เป็นตัวทำลายสัขภาพทั้งนั้นเลยค่ะ
ใครบางคนเคยบอกว่า แม้จะอายุจะยังน้อยๆอยู่ แต่ถ้าไม่ดูแลสุขภาพตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ สังขารมันจะฟ้องเลยว่าเริ่มป้อแป้ เหนื่อยง่าย ไม่ถึก ไม่ลุยเท่าตอนยังเอ๊าะๆ โดยจะเห็นได้ชัดๆเมื่ออายุเลย 25 ขึ้นไป ทำอะไรนิดๆหน่อยๆก็เริ่มเหนื่อย วันไหนเที่ยวโต้รุ่งก้เตรียมตัวเป็นผีดิบในวันรุ่งขึ้นได้เลย อะไรประมาณนี้
ตอนนี้โอเล่เลยต้องกลับมา 'พยายามฟิต' ตัวเองอีกครั้ง เพื่อลุยกับงานละครเด็กของกลุ่มละครตัวเอง
เล่าเรื่องไป Workshop ให้ฟังดีกว่า
ไป Workshop มา 2 วันค่ะ สถานที่ในการ Workshop คือ Democrazy Studio ซอยสะพานคู่ วิธีการเดินทางคือ นั่ง MRT ไปขึ้นที่สถานีลุมพินี ทางออกที่ 1 เลี้ยวขวา เดินมาเรื่อยๆจะเจอซอยสะพานคู่อยู่ทางขวามือค่ะ
ไปถึงประมาณ 10 โมงตามเวลานัดก็เจอพี่ๆเพื่อนๆน้องๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่วนเวียนอยู่ในแวดวงละครเวที กว่า 90% เป็นคนที่เราไม่คุ้นหน้า เพราะอย่างที่บอกล่ะค่ะ ห่างหายไปจากละครเวทีพักใหญ่ แล้วแต่ละคนก็มาจากต่างคณะละครกัน มีหลายวัยมาก ทั้ง 1. พี่ๆที่ดูแล้วคงคร่ำหวอดในวงการนี้ไม่ต่ำกว่า 15 ปี (ซึ่งแน่นอนว่าอยู่ในคณะละครใหญ่ๆที่มีผลงานและชื่อเสียงมานาน เช่น พระจันทร์เสี้ยว มะขามป้อม 8x8 บีฟลอร์ หรือ ดอกไม้การบันเทิง เป็นต้น 2. น้องๆที่อยู่ในชมรมละครเวทีในมหา'ลัย และ 3. กลุ่มที่เรียนจบแล้วและตั้งคณะละครกันเองแบบที่โอเล่กับเพื่อนๆทำกัน (นับเป็นความหลากหลายทางชีวภาพจริงๆ หุหุ) ซึ่งแต่ละกลุ่มที่ว่ามาก็เป็นสมาชิกกันไปคนละแบบของเครือข่ายละครกรุงเทพ ซึ่งแบบที่ 1 จะเป็นสมาชิกสามัญ ส่วนแบบที่ 2 และ 3 เป็นสมาชิกวิสามัญค่ะ
เปิดกิจกรรมด้วยการยืนเป็นวงกลมแล้วแนะนำตัวกัน ชื่ออะไร เรียนจบรึยัง มาจากกลุ่มละครอะไร ว่ากันตามเรื่องตามราว (ทำให้รู้ว่ามากันประมาณ 30 คนแน่ะ) เสร็จแล้วเราก็เล่นเกมที่ 1 ร่วมกัน แต่ละคนได้รับแจกกระดาษคนละแผ่น
ข้อแรกให้เขียนชื่อคนที่เราเห็นว่าฟันสวยที่สุด (ทุกคนฉีกยิ้มกันเต็มที่) แล้วถามเค้าว่า ละครเวทีที่เคยดูมา ชอบเรื่องไหนที่สุด ซึ่งไม่มีใครวิ่งมาหาโอเล่ค่ะ เพราะโอเล่ฟันไม่สวย (แต่ยิ้มสวยนะเอ้อ 555+)
ข้อสอง ให้เขียนชื่อคนที่เราคิดว่าหูสวยที่สุด (ทุกคนเอียงข้าง โชว์ใบหูกันเต็มที่) แล้วถามเค้าว่า ทำละครเวทีมากี่ปีแล้ว ข้อนี้มีวิ่งมาหาเราคนนึงแน่ะ (เกิดมาเพิ่งรู้ว่าตัวเองหูสวย!
)
ข้อสุดท้าย ให้เขียนชื่อคนที่เรารู้สึกว่าเป็นมิตรที่สุด (ทุกคนมองหน้ากันด้วยสายตาเรประดุจเรดาห์ 555+) และให้ถามเค้าว่าทำไมถึงมาทำละครส่ง BTF ปีนี้ ...ซึ่งขณะที่โอเล่กำลังหันหน้าไปหาน้องคนที่นั่งข้างๆ ก็มีคนประมาณ 15 คน วิ่งมาล้อมรอบตัว!!! (ข้าพเจ้าดูเป็นมิตรขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย
)
นอกจากนั้นก็ยังมีการ workshop เรื่องการใช้เสียง movement และการซ้อมการแสดงที่จะใช้ในพิธีเปิด BTF 2008 นี้ด้วยค่ะ ซึ่งเค้าแบ่งคนที่มาเข้า workshop ออกเป็น 2 กลุ่มเพื่อทำการแสดงนี้ คือกลุ่ม movement และกลุ่ม percussion
โอเล่อยู่กลุ่มหลังค่ะ (แม่เจ้า ...ชีวิตนี้จะได้ตีกลองเท่ๆกะเค้าละโว้ย)
เอนทรี่ขอจบแค่นี้ก่อนนะคะ เอนทรี่หน้าจะมาเล่าให้ฟังต่อค่ะ

#1 By o3osepo3o on 2008-11-11 19:31