เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาโอเล่ไปดูละครเวทีเรื่อง หมูบินได้ จากหน้ากากเปลือย (ผลงานการกำกับของคุณคนนี้ http://subway.exteen.com/20081213/entry (คุณ subway) ต้นฉบับของคุณโตโต้) มาค่ะ

ได้ทราบข่าวละครเรื่องนี้จากพี่ผึ้งตั้งแต่เมื่อวันอังคาร (นักแสดงที่เราแอบกรี๊ดจาก ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน ละครเวทีจากหน้ากากเปลือย ใน BTF 2008 ที่ผ่านมา ซึ่งพี่เค้าก็เล่นเรื่องนี้ด้วย กรี๊ดดดด) เลยจัดแจงขอจองที่นั่งไป ...ที่ถึงขนาดต้องจองกันเพราะว่า รอบวันพุธกับพฤหัสเต็มไปเรียบร้อยแล้ว!

1 ทุ่มเราก็โผล่ไปที่โรงละครหน้ากากเปลือย ตึกพญาไทพลาซ่า ชั้น 4 (BTS พญาไท ทางออกที่ 1) เจอผู้คนพอสมควร เจอพี่บิ๊ก (1 ในนักแสดงจาก ขุมทรัพย์ฯ ที่ได้ไปรู้จักกันตอน workshop BTF นี่แหละ) และได้ทักทาย (ตลอดจนกวนประสาทพี่แกไปพอหนำใจ 555) ก็ได้เวลาละครเล่นกันแล้วนะก๊ะ

เก้าอี้วางเรียงกันเป็นแถบ หน้าสุดมีเบาะวางไว้ ซึ่งแน่นอน ...เราเลือกนั่งเบาะกับพื้นอยู่แล้ว ใกล้ดี ฮี่ๆ ...มองไปมองมา แล้วรู้สึกขึ้นมาว่า "ทำฉากได้น่านอนจริงๆจอร์จจจจจ" ยิ่งเห็นนักแสดงเปิดเรื่องด้วยการหลับกันอุตุยิ่งน่านอนเข้าไปใหญ่

โดยส่วนตัวเคยได้ยินชื่อ "หมูบินได้" แค่ผ่านๆ ...ที่เคยได้ยินก็เพราะรุ่นน้องที่คณะเค้าหยิบบทประพันธ์นี้ไปทำละครธีซิส แต่ก็นั่นแหละ เราเองก็ไม่เคยอ่านหรอก ...ซึ่งก็ดีแล้วล่ะ

โดยส่วนตัวแล้ว เราคิดว่า การไปดูละครที่บทถูกดัดแปลงมาจากหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง แล้วเราไม่เคยอ่านหนังสือนั้นมาก่อน มันจะทำให้เราดูละครได้แบบ "หัวโล่งๆ" คือไม่คาดหวัง ไม่คาดเดา ไม่มีอคติ ...รอดูเอา ณ นาทีนั้นเลย ...ซึ่งมันดีกับตัวเราในแง่ที่ว่า ใจเราจะเปิดกว้างงงงงงงง รับชม และรับสารได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ไปมัวคิดนั่นนี่ "ไม่เห็นเหมือนอย่างที่ชั้นคิดไว้เลย" "ทำไมพูดเสียงแบบนี้ ประโยคนี้ตัวละครเค้ารู้สึกแบบนั้นต่างหาก" ฯลฯ เป็นต้น

อ่ะต่อๆ ...

เรื่องราวมีดังนี้

ลูกหมูตัวหนึ่ง นาม "กองดิน" ผู้เกิดมาพร้อมกับปีกเล็กๆบนหลัง เจ้าหมูน้อยชื่นชมกับปีกของตัวเองมากและพยายามฝึกบินทุกวัน ความพยายามฝึกบินของกองดินตอนแรกก็ไม่ได้เป็นที่สนใจอะไร แต่เมื่อเวลาผ่านไปความมุมานะของกองดินเริ่มทำให้หมูตัวอื่นๆในหมู่บ้านไม่สบายใจ เพราะนับวัน กองดินเริ่มทำตัวไม่เหมือนหมูมากขึ้นไปทุกที เพราะทั้งขยัน ทั้งมุ่งมั่น หมั่นออกกำลังกาย แถมไม่ห่วงเรื่องกินอีกต่างหาก ในที่สุด เรื่องจึงกลายเป็นวาระประชุมหมู ...กองดินถูกเรียกมาตักเตือน พูดคุย ขอร้อง ให้เลิกทำตัวไม่เหมือนหมูเสียที เพราะว่า "หมูน่ะ ...บินไม่ได้หรอกนะ" และยังถูกสำทับว่า ถ้าขืนยังฝึกบิน กองดินอาจจะถูกขับออกจากหมู่บ้านให้ไปอยู่ที่ชายป่าเหมือนอย่าง "กวีบ้า" เข้าสักวัน

กองดินยอมรับด้วยความเงื่องหงอย เธอกลับไปกิน นอน กิน นอน กิน นอน และใช้ชีวิตอย่างที่หมูทั่วไปทำกัน ...และในที่สุด ปีกของเธอก็หลุดร่วงไป...

วันหนึ่ง กองดินเดินตามเสียงประหลาดจนออกมาที่ชายป่าและพบกับ "กวีบ้า" ซึ่งแท้จริงแล้ว เขาก็เป็นเพียงหมูที่รักในเสียงดนตรีและรักในการเล่นกีต้าร์เท่านั้นเอง กองดินเล่าให้กวีบ้าฟังว่า ตัวเองอยากจะบินได้ แต่ถูกชาวหมูเรียกร้องให้เลิกฝึกเสียที กวีบ้าจึงตั้งคำถามว่า

"แล้วเธอคิดว่าเธอบินได้มั้ย?"

กองดินเดินกลับบ้านด้วยความครุ่นคิด แต่ก็คิดได้เพียงไม่นานเมื่อข่าวที่ว่า "เทพเจ้าหมู" กำลังจะมา ...ชาวหมูต่างพากันปัดกวาดถนนหนทางต้อนรับเทพเจ้าหมู  ...ในที่สุด เทพเจ้าหมูก็บินลงมาจากฟากฟ้า หมูทุกตัวพากันมองอย่างตื่นตาตื่นใจ โดยต่างลืมความคิดที่ว่า "หมูบินไม่ได้" กันไปหมดสิ้น ...เวลาผ่านไป งานเลี้ยงผ่านไป ความตื่นเต้นผ่านไป เทพเจ้าหมูหมดความน่าสนใจ หมูตัวอื่นๆพากันกลับไปกิน นอน และใช้ชีวิตตามเดิม เหลือเพียงกองดินที่เข้ามาถามเทพเจ้าหมูเรื่องที่เขาสามารถ "บิน" ได้

คำตอบจากปากเทพเจ้าหมูทำให้กองดินตะลึงงัน แท้จริงแล้วเทพเจ้าหมูก็เป็นเพียงหมูธรรมดาๆตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า "เพียงบิน" ความคิดว่า ถ้ามองลงมาจากท้องฟ้าจะได้เห็นฟ้าที่สวยขนาดไหน เขาจึงฝึกบินจนมีปีกงอกออกมาในที่สุด ... แต่มันยังไม่จบแค่นั้น มันยังมีความจริงที่ชวนช็อคยิ่งไปกว่านั้นคือ เขาเองไม่มีปีกติดตัวมาตั้งแต่เกิดด้วยซ้ำ

เทพเจ้าหมูบินไปหลายที่ หวังเพื่อจะเล่าเรื่องราวของเขาให้หมูตัวอื่นๆได้ฟัง แต่ไม่มีใครยอมฟัง

 "บางที การชื่นชมความสำเร็จของคนอื่น มันคงจะง่ายกว่าการลองพยายามทำเองละมั้ง"

เพียงบินบินจากไป ...และกองดิน ...ก็ลืมเลือนเรื่องราวของเขาไปในที่สุด

วันคืนผ่านไป กองดินกลายเป็นแม่หมูและในวันหนึ่งวันนั้นเอง ลูกของเธอตัวหนึ่งก็ลุกเกาะกระจกหน้าต่างและพูดขึ้นมาว่า

"แม่ครับ ผมอยากจะบิน"...

น้ำตาไหลกันเลยทีเดียว  ซึ้งมากค่ะ

ละครเรื่องนี้เหมาะมากสำหรับ

1. คนที่เดินตามความฝันอยู่อย่างมุ่งมั่น (เช่น ดิฉันเอง เป็นต้น) ดูแล้วเหมือนได้เติมฟืนให้ไฟในใจค่ะ

2. คนที่เดินตามความฝันอยู่อย่างอ่อนแรง และกำลังจะหมดแรงในเร็วๆนี้ ดูแล้วคุณจะรู้สึกเหมือนมีคนมาตบกะโหลกแรงๆ แล้วราดน้ำเย็นๆตามลงมา ...รับรองว่าสดชื่น+ได้สติแน่ค่ะ

3. คนที่ไม่เคยมีฝัน / หลงลืมความฝันไปแล้ว ดูแล้วจะได้กลับมานั่งครุ่นคิดกันล่ะ ว่ามีอะไรรึเปล่าที่เราอยากทำแล้วยังไม่ได้ลองทำ / พยายามทำ / เคยคิดจะทำแต่ทำไมไม่ได้ทำ

4. ลูกแหง่ทุกประเภท เพราะนอกจากละครจะเน้นย้ำประเด้นเรื่องการยืนยันในจุดยืนของตัวเองแล้ว นัยสำคัญที่ชัดมากคือ คุณต้องกล้าหาญมากพอที่จะยืนยันในสิ่งที่ไม่มีใครเห็นด้วยกับคุณ โดยเฉพาะถ้ามันเป็นสิ่งที่ใครๆก็หัวเราะเยาะและมองว่าคุณกำลังทำเรื่องโง่ๆ เสียเวลา ไม่มีประโยชน์ และไม่มีทางเป็นไปได้...

5. ประชาชนคนธรรมดาทั่วไป ละครดีๆก็เหมือนอากาศดีๆนั่นแหละค่ะ จะหนุ่มจะแก่สูดเข้าไปก็ดีต่อสุขภาพทั้งน้านนนนน

ว่ากันด้วยเรื่องของเทคนิคและองค์ประกอบต่างๆกันดีกว่า

1. ผู้กำกับเค้านั่ง fade ไฟเองเลยนะเอ้อ (นั่งอยู่ข้างหลังเราเลย หุหุ) ก็โอเคค่ะ ไฟจัดได้เรียบร้อย ได้อารมณ์ตามที่ต้องการจะสื่อ ไฟไม่หวืวหวา แต่ก็โอเค

2. เราชอบ sound เรื่องนี้มากเลย ตั้งแต่ sound house เปิดออกมาเป็นกีต้าร์เล่นสด (ซึ่งตอนนั้นเค้ายังไม่เปิดเผยตัวว่าเค้าคือกวีบ้า) เป็นดนตรีฟังสบาย ลัลลาบายกันเลยทีเดียว (สมกับที่เปิดฉากแรกเป็นชาวหมูหลับอุตุ) แล้วเขียนเนื้อเพลงประกอบละครดีมากกกกก ชอบบบบบ คอร์ดกีต้าร์ก็นุ่มละมุ่น ให้ 5 ดาวเลย  

3. กำกับบรรยากาศเรื่องได้ดี ดูสบายแบบละครเด็ก โดยขณะเดียวกันก็เก็บสาระ (ที่หนักเอาการ) ของเรื่องไปด้วยกัน โดยไม่ทำบรรยากาศของเรื่องเพี้ยนไป

4. นักแสดงเล่นเข้าขากันดีมาก อันไหนที่เปิ่นๆโก๊ะๆก็เนียนกันไปได้อย่างฮา  เห็นชัดเลยค่ะ ว่าเป็นโปรดักชั่นที่คงค่อนข้างสนิทกัน แล้วตอนซ้อมคงสนุกน่าดูเลย

5. จังหวะเรื่องดีจัง มีทั้งเนิบช้า เศร้าสร้อย ตลก ...ผู้กำกับเก่งนะเนี่ย  ขอตบมือให้ดังๆค่ะ

วู้! พอละ รู้สึกจะชมกันมากมายเกินไปหน่อยนะคะเนี่ย 555 แต่ก็หาข้อติไม่ได้เลย ว่าง่ายๆก็คือ ชอบมากนั่นแหละค่ะ

อีกอย่างนึงที่อยากจะบอกคือ ละครเรื่องนี้เป็นละครเปิดหมวกที่จริงๆแล้วเก็บค่าบัตรได้เลยนะคะเนี่ย แล้วก็น่าจะส่งประกวดละครเยาวชนใน BTF ด้วยซ้ำ

ขอบคุณผู้กำกับและทุกคนที่เกี่ยวข้องกับละครเรื่องนี้ค่ะ ประทับใจจริงๆ

ขอจบรายงานแต่เพียงเท่านี้ ไว้คราวหน้าไปดูละครเวทีเรื่องไหนจะมาเล่าให้ฟังอีกนะคะ

 

 


Aab Fun (Secret Dream) แอบฝัน - Monotony Feat. Toilette

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เห็นโปรโมตในบล็อกพี่โตโต้อยู่เหมือนกัน เสียดายที่ไปดูไม่ได้ พี่ชอบเรื่องนี้ตั้งแต่อ่านหนังสือแล้ว แต่โอเล่ไปดูทั้งที่ไม่เคยอ่านคงจะดีกว่าจริงๆนะแหละ big smile
ขอบคุณมากครับที่ไปดู
ได้มาอ่านคอมเม้นต์แล้วชื่นใจ เดี๋ยวจะไปเรียกพวกหมูๆมาอ่านด้วย :P


สวัสดีปีใหม่นะคร้าบ :)
น่าหนุกจัง

ฟังพี่เล่เล่าแล้วเห็นภาพตามเลยอ่ะbig smile

#3 By รักคือ? on 2008-12-30 18:32

หมูบินได้ เป็ฯละครเวทีแล้วหรือ confused smile

#4 By NiDA MAilO on 2009-01-27 14:19

ปืนฉีดน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ question cry

#5 By (124.157.168.136) on 2009-04-12 07:43

ชอบอะ หนังสือเล่มนี้

#6 By Arcobaleno on 2009-04-17 23:58