Enlighten
posted on 25 May 2009 01:14 by gethigh
ชีวิตตอนนี้คลุกอยู่กับละครเวทีอีกครั้งสมดังความตั้งใจ
ตอนเรียนมหาลัย 4 ปีไม่เคยเลยที่จะได้เป็นนักแสดง ทำแต่เทคนิค จับแผงเฟดไฟเฟดซาวด์
ปีไหนที่ไม่ได้เฟดเองก็ยังอุตส่าห์ได้เป็น ผกก เทคนิค แก้ปัญหาที่มันอาจเกิดขึ้น (ซึ่งมันก็เกิดขึ้นจริงๆซะด้วย)
เรารู้ตัวดีว่าอยากเล่นละครมาตลอด แต่ไม่เคยได้เล่นเลย อาจเป็นเพราะไม่มีบทที่เหมาะกับเราก็เป็นได้
พอจบมหาลัยมาก็ตั้งใจมากว่ากูต้องเล่นละครให้ได้ ซักที่เหอะ อยากได้ประสบการณ์ในการเป็นนักแสดงมาก
อยากจะอยู่ท่ามกลางแสงไฟ อยากมากตลอดเวลา เป็นความปรารถนาที่ไม่กล้าที่จะพูดออกมาดังๆ
... ... ...
ตอนนี้ได้เล่นละครแล้ว
เป็นละครเวทีในเทศกาลละครสั้นครั้งที่ 2 ของหน้ากากเปลือย
ตอนที่ออดิชั่นผ่านได้บทมาก็ดีใจ๊ดีใจ
พอเข้าโปรดักชั่นไปได้อาทิตย์นึงเริ่มเห็นละว่ากูต้องไม่สนุกกับโปรฯนี้แน่ๆ
ทุกอย่างดูขัดจิตขัดใจไปหมด ไล่มันตั้งแต่ผู้กำกับ เพื่อนนักแสดงด้วยกัน จนถึงกระบวนการทำงาน
จำได้ว่าตัวเองอารมณ์เสียมาก และไม่แฮปปี้เลยกับการไปซ้อมละคร
ปัญหาทุกอย่างกูเก็บไว้ในใจ เอามาระบายกับเพื่อนกับแฟนตลอดเวลา
... ... ...
เวลาผ่านไปเกือบเดือน (โปรดักชั่นนี้ซ้อม 2 เดือน แต่เดือนแรกซ้อมแหว่งๆวินๆเพราะปัญหาเรื่องเวลาไม่ตรงกัน)
เราถึงจะเริ่มรู้สึกตัวว่า กูวิเศษมาจากไหนเหรอ
เริ่มถามตัวเองจริงๆว่า มาทำละครนี่ต้องการอะไรกันแน่
คำตอบคือ กูอยากเล่น กูอยากได้ประสบการณ์ และกูรักละครสุดจิตสุดใจ
แล้วทำไมกูถึงสร้างปัญหาให้ตัวเองปวดกบาลตลอดเวลา
ทำไมต้องขัดใจถ้าผู้กำกับเค้าจะทำงานผิดไปจากที่เราคาดหวัง
ทำไมต้องไปตัดสินว่าอันนี้ถูก อันนี้ผิด ...มึงเก่งมากเลยว่างั้น ถึงกล้าไปตัดสินคนอื่น
ก็ในเมื่อแต่ละคนมันมาจากคนละที่ แต่ละคนพก 'ของ' ของตัวเองมา
แล้ว 'ของ' ที่กูมีนี่มันดีเด่มากมายแค่ไหนเหรอ
ในเมื่อละครเวทีมันเป็นเรื่องของมนุษย์ล้วนๆ เราต้องทำงานกับคนร้อยพ่อพันแม่
รู้จักเคารพความคิดคนอื่นหน่อยดีไหม?
... ... ...
พอ enlighten ปุ๊บ รู้สึกสมองโล่งขึ้นมากมากมากเลยจริงๆ
พอแล้ว กูเลิกคาดหวัง
กลับมามองตัวเอง เราก็คงทำให้คนอื่นเค้าผิดหวังไปเยอะเหมือนกัน
เราก็ไม่ได้เก่ง ไม่ได้เลิศไปกว่าใคร
หนำซ้ำยังอีโก้สูง เซลฟ์ แรง
และคงทำให้คนที่ทำงานด้วยต้องหนักใจไม่น้อย เพียงแต่เค้าไม่ได้พูดออกมา
เราเริ่มเอา 'ของ' ที่ตัวเองมีออกไปทีละชิ้น
โยนอีโก้ออกไปบ้าง
ถ้ายังจองหองต่อไป ละครแม่งไม่รอดแน่
เราต้องรู้ตัวเองว่า "หน้าที่" และ "บทบาท" ของเราคืออะไร
รู้แล้วทำมันซะ อย่าสะเออะไปทำอย่างอื่น ทำงานของตัวเองให้ดีก่อนเถอะ
... ... ...
เคยคุยกับรุ่นพี่ละครที่นับถือคนนึง วีนให้เค้าฟังว่า
"นี่เราไปช่วยทำความฝันของคนอื่นนะ ทำไมเราต้องมาประสาทแดกกับเรื่องพวกนี้ด้วย"
พี่เค้าตอบกลับมาว่า
"แต่พี่เชื่อว่าในความฝันของคนอื่น มันมีความฝันของแกรวมอยู่ด้วย"
เออ ประโยคเดียว จบเลย
จบจริงๆ ปัญหาทุกอย่าง กูเลิกคิดละ
เหมือนมีน้ำเย็นๆราดลงหัวให้ได้สติ ว่าจริงๆแล้วกูรักละครนี่หว่า
กูเลือกที่จะเดินเข้ามาทำเอง
แล้วอะไรล่ะที่ทำให้กูทุกข์ทรมานอย่างนี้
...ตัวกูเองล้วนๆ กูสร้างปัญหาเอง คิดเอง ประสาทเองหมดเลย...
จบ
... ... ...
เราไม่ได้ดีไปกว่าใคร
เคารพคนอื่นบ้าง อย่าเหวี่ยงให้มันมากนัก
เปิดใจเรียนรู้อะไรใหม่ๆบ้าง ฟังเค้าบ้างถ้าอยากจะพัฒนา
เราเป็นแค่ปุถุชนทั่วไป เป็นน้องใหม่ในโลกจริง
เราไม่ได้อยู่ในทับแก้วอีกต่อไปแล้ว
ถึงเวลาตื่นเสียที
...
ละครเล่นมาแล้ว 6 รอบ
ตั้งแต่ รอบ 1 ทุ่ม วันพฤหัส ศุกร์ และ เสาร์ อาทิตย์ ที่เล่นบ่าย 2 เพิ่มมาอีกรอบนึง
ทุกรอบก่อนจะเดินเข้าไปสู่ความมืดเพื่อลืมตาตื่นท่ามกลางแสงไฟและพบว่าตัวเองกำลังเผชิญกับโลกในละคร
โลกที่มีคนดูนั่งรอดูสารที่เรากำลังจะส่งออกไปอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรนี่เอง
ฉันประนมมือ หลับตา
และขอบคุณครูละครทุกท่านที่สั่งสอนฉันมา
ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในทับแก้วที่ปกปักรักษาฉันและเพื่อนละครให้ได้ใช้ชีวิตอยู่กับละครอย่างเป็นสุข
นึกถึงความเงียบงันในโรงละครทรงพล และกระเบื้องเย็นๆในเอ 4
นึกถึงเพื่อนละครอันเป็นที่รักที่เติบโตและเรียนรู้ความหมายของชีวิตมาด้วยกัน
ร้องเพลง Santa lucia ในใจ 1 รอบ
และนึกถึงอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่ทำให้มี 'ศิลปากร'
ถ้าไม่มีทุกผู้ทุกสิ่งเหล่านี้ ฉันคงไม่มีวันนี้ และไม่มีวันคิดได้แบบนี้
...
แล้วฉันก็ก้าวเท้าไปสู่โลกอีกใบบนเวที
Tags: enlighten, theatre, ทับแก้ว, ศิลปากร, หน้ากากเปลือย2 Comments

ดีใจมากที่ได้ยินอย่างนั้น
ทุกคนมีของ และเราก็ต้องเรียนรู้ที่จะทำงานกับคนเหล่านั้น อยากเห็นแกเล่นละครจริงๆว่ะ
เออ จะบอกว่าชั้นยังไม่ไหนไม่ได้เลย รับน้องคงชวดแล้ว
ปลายเดือนหน้าจะได้ไหมไม่รู้เลย
#1 By บรรณารักษ์เลือดใหม่ on 2009-05-25 10:33