ฉันกำลังกลับเข้าสู่สภาวะ "โลกส่วนตัว" ค่ะ

ปกติจะไม่ค่อยชอบคำนี้เท่าไหร่ รู้สึกหลายคนจะตีความหมายว่าพวกที่มีโลกส่วนตัวต้อง 'ติสท์' มันซะทุกคนไป และมันก็มักจะลามมาถึงฉัน ซึ่งฉันก็จะสวนกลับไปทันทีว่า ...ไม่ค่ะ ฉันไม่ติสท์ ...เป็นผู้หญิงธรรมดาๆคนนึงนี่แหละ

โลกส่วนตัว ในความหมายของฉัน มันน่าจะเทียบเคียงกับคำว่า Independent ...พวกที่มีความเป็นตัวเอง อยู่ได้ด้วยตัวเอง ...ก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันมั้ยเหมือนกันนะคะ

ประเด็นคือ หลังจากที่ห่างหายจากการอ่านหนังสือเล่มโตๆมานาน ย้ำว่า เล่มโตๆ พอกลับมาอ่านอีกทีอาการเก่าๆมันก็ชักจะเริ่มกำเริบ เชื่อแน่ว่าใครหลายคนที่ชอบอ่านหนังสือเข้าขั้นบ้าคลั่งน่าจะเป็นเหมือนกันคือ

- มีความสุขเวลามีหนังสือเล่มหนาๆหนักๆอยู่ในอ้อมแขน กอดไว้ไม่ยอมวาง เป็นจงอางหวงไข่เลยทีเดียว

- และเริ่มหูหนวก ใครอย่าได้มาชวนคุยตอนกำลังอ่านอยู่เชียว ไม่ได้ยินหรอก

ตอนนี้ฉันกำลังอ่าน Eclipse ค่ะ (เล่ม 3 ของ Twilight) หลังจากอ่าน The Moon จบเมื่อวานนี้ ...สนุกกระชากใจจริงๆ วางไม่ลงเลยค่ะ ...สมาธิแน่วแน่อยู่กับหนังสือ จนเริ่มมีประโยคประมาณว่า "มันกลับเข้าโลกส่วนตัวไปแล้วว่ะ" ลอยเข้าหูถี่ขึ้นเรื่อยๆ

ตอนแรกฉันเครียดมาก จบงานละครเวทีแล้ว หนังสั้นก็ถ่ายจบแล้ว ...แล้วเราจะทำอะไรต่อดีล่ะเนี่ย!

ฉันเกลียดเวลาว่างหลังเลิกงานค่ะ เกลียดการกลับไปนั่งอยู่ที่หอคนเดียวแล้วไม่มีอะไรทำ อีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานอน แล้วเราเองก็ไม่ง่วง ทีวีเราก็ไม่ดู อินเทอร์เนตเราก็ไม่เล่น (เพราะนั่งเพ่งหน้าจอมาแล้วทั้งวัน) มันน่าจะมีอะไรที่ทำให้เวลาของเรามีคุณค่ามากกว่านี้หน่อยนะ...

แล้ว The Moon ก็ตกมาอยู่ในมือค่ะ  พี่ในออฟฟิศใจดีให้ยืมมาอ่าน (และตกตะลึงที่เราอ่านจบภายใน 2 วัน) ตอนนี้ก็เลยได้คำตอบของคำถามที่ว่า กลับหอไปจะทำอะไรดีแล้ว ...อ่านหนังสือไงล่ะ

ที่ตลกมากๆคือ ฉันลืมไปเลยว่าตัวเองเป็นสมาชิก TK Park ...ตั้งแต่เดือนมกราชีวิตฉันอยู่ที่โรงละครตลอด ไม่ได้ไปไหนเลย ...จนลืมว่าก่อนหน้านั้นฉันไปอ่านหนังสือที่ TK Park บ่อยขนาดไหน

ได้เวลากลับเข้าสู่โหมดเดิมแล้ว ตื่นเต้นนนนนนน  ทีนี้ล่ะ เล่มไหนที่เคยเล็งไว้จะลุยอ่านมันให้หมดเลย (รวมทั้งนิตยสารและหนังสือหลายเล่มที่ซื้อจากงานหนังสือ วางกองไว้ที่หัวเตียง และฝุ่นเริ่มจับ - -'' )

ปล.

- สเตฟานี เมเยอร์ คนเขียนหนังสือชุด Twilight  ...ขอคารวะ 1 จอกค่ะ

- คุณอาทิตยาแปลดีจังเลย แค่แปลชื่อเรื่องก็ทำเราอึ้ง ทึ่ง เหวอ แล้วอ่ะ

Twilight - แรกรัตติกาล

The Moon - นวจันทรา

Eclipe - คราสสยุมพร

Breaking Dawn - รุ่งอรุโณทัย

- ขอบคุณกอง บก. ที่ร่วมกันเข็นหนังสือเล่มนี้มาให้หนังอ่านชาวไทยได้ 'อิน' ค่า

... ... ...

คุยกันเรื่อง The Moon (Twilight เล่ม 2) (แต่ใครยังไม่อ่านก็คุยได้)

คุณเคยอยากได้ยินเสียงใครสักคนใจแทบขาดเหมือนเบลล่ามั้ยคะ?

อยากได้ยินเสียงนั้น

...เสียงที่ทำให้ใจคุณเต้นผิดจังหวะ

...เสียงที่ทำให้ข้างในตัวคุณมันอบอุ่นเหมือนมีไอน้ำร้อนๆอวลระอุ

...เสียงที่ทำให้น้ำตาคุณไหลน้อยลงเรื่อยๆ จนเสียงหัวเราะเข้ามาแทนที่

แล้วพอไม่ได้ยินนานๆ คุณก็รู้สึกเฉาอยู่ลึกๆ

โอเค เราอยู่ได้ถ้าไม่มีเค้า ไม่ตายหรอก ...หลายคน (ที่เข้มแข็งพอ) จะคิดได้แบบนี้ แต่ลึกๆแล้วก็คงรู้ใจตัวเองดีว่า ว่าเราโหยหาใครคนนั้นมากแค่ไหน ...ไม่มีเค้า เราไม่ตาย แต่โลกของเราคงชุ่มฉ่ำขึ้นอีกเยอะถ้าเรามีเค้าอยู่เคียงข้าง

แล้วมีใครทำตัวน้ำเน่าเหมือนเอ็ดเวิร์ดมั้ยคะ?

...แค่รับรู้ว่าคนที่ตัวเองรักดำรงอยู่

...แค่รับรู้ว่ามุมหนึ่งมุมใดในโลก เค้าจะยังใช้ชีวิตปกติสุขต่อไป

...แค่รับรู้ว่าเค้ามีความสุข ...แม้ความสุขนั้นจะไม่มีเราอยู่ในนั้น ...มันก็เพียงพอแล้ว

แล้วมีใครที่รู้สึกว่าทั้งเบลล่าและเอ็ดเวิร์ดนี่ ...ชีวิตตูชัดๆเลยนี่! บ้างมั้ยคะ??!

  

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฉันรู้สึกว่า ฉันรู้สึกเหมือนเบลล่า และเอ็ดเวิร์ดconfused smile confused smile confused smile

#1 By freeda on 2009-06-11 10:53

ไม่เหมือนเบลล่า
แต่คลั่งเอ็ดเวิร์ดมากกว่าเบลล่า โอเคไหมcry
เปนเหมือนทั้ง เบลล่าและเอ็ดเวิร์ดเลยตอนนี้ ฮ่าๆ

#3 By Aerial : find sth. on 2009-06-12 00:42

เป็นหนังสือที่ รู้สึกว่าถ้าอ่านน่าจะอินน่าดู
เลยยังไม่ได้เริ่มซักทีเลยค่ะ ..

เห็นอย่างนี้แล้ว คงต้องรีบถอยเล่มแรกมาอยู่ในอ้อมกอดโดยไวซะแล้ว..

#4 By แอ้ on 2009-06-13 23:08

ถ้าบอกว่าเคยได้ยินเสียงนั่นในโซนประสาท จะมีใครหาว่าบ้าไหม หรือบางทีขณะที่เดินอยู่ตามถนน อยู่ดี ๆ ก็เห็นหน้าใครบางคน คนนั้น อยู่ตรงหน้า แต่พอกระพริบตาก็รู้ว่าไม่ใช่ -*- เคยเป็นแบบนั้น แต่ไม่ได้ทุกอริยาบถเหมือนเบลล่า มันเศร้าน๊ะที่เป็นแบบนั้น

#5 By SamongniM (203.155.100.61) on 2009-07-02 15:20