กลับมาจากปี 2010

posted on 19 Oct 2012 18:04 by gethigh
ไม่ได้เขียนบลอคที่นี่นานแล้ว เพราะเปิดมาทีไรแล้วอดที่จะย้อนอ่านเอนทรี่เก่าๆที่ตัวเองเคยเขียนไว้ไม่ได้ พออ่านแล้วก็จิตตก...มีแต่เรื่องเศร้าๆ ความทรงจำเศร้าๆ เต็มไปหมด เลยพานให้ปิดไป ไม่มีอารมณ์จะเขียนอะไรอีก
 
เอนทรี่ล่าสุดเขียนไว้เมื่อปี 2012 ตอนนั้นยังทำงานอยู่ที่สองยิ้มอยู่เลย ตอนนั้นยังต้องนั่งสาย 9 ไปทำงาน ไกลสุดๆ หลับบนรถเมล์ตลอด ตอนนี้ 2012 แล้ว จากประดิพัทธิ์เด้งมาทำงานไกลถึงพัฒนาการ...ที่ไหนในโลกก็ไม่รู้ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย เปลี่ยนงานจาก Web Content Editor มาเป็น Copywriter เต็มตัว ก็สนุกดีนะ
 
ตอนแรกตั้งใจไว้มั่นว่าจะพยายามไม่เขียนเรื่องดราม่าที่ผ่านมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา เอาเข้าจริงก็ไม่รู้สึกว่าอยากเขียนนะ อาจเป็นเพราะหัวใจเราไม่จมอยู่กับเรื่องเก่าๆแล้ว ไม่ปวดร้าว ไม่ฟูมฟาย ไม่เสียใจมากมายอย่างที่เคยเป็น ยังคงคิดเรื่องราวที่ผ่านเลยบ่อยๆ ยังเปิดดู fb ของใครบางคนทุกวัน แต่ไม่เป็นไรแล้ว... Cool 
 
หัวบลอคมีประโยคว่า "สักวัน...เราจะได้อยู่ด้วยกัน" ประโยคนี้ คนๆนึงจากเอนทรี่ หนุ่มน้อย Midnight เคยบอกเราเอาไว้หลังจากที่จูงมือกันเดินเล่นตลาดนัดสนามหลวงแล้วเรางอแงไม่อยากกลับบ้าน ตอนนั้นเราเชื่ออย่างเต็มหัวใจจริงๆ ว่าสักวันเราจะได้อยู่ด้วยกันแบบที่เค้าพูด แต่ความจริงก็คือ เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน เราแทบไม่ติดต่อกันแล้วด้วยซ้ำ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเราจะยังเป็นเพื่อนกันใน fb ทำไม? ...เพื่อให้เราต่าง stalk กันและกัน นานๆทีก็กด like กันสักทีอย่างนั้นหรือ?
 
ส่วนเจ้าของต้นเหตุที่ทำให้เราเขียนบลอคเอนทรี่ 9 สิงหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาคนนั้นซึ่งเป็นรักแรก...ก็แต่งงานไปแล้วเมื่อวันที่ 5/5/2555...โดยไม่บอกเราสักคำ...
 
ชั้นหน้าชามากนะตอนที่เพื่อนเธอ แฟนเก่าเธอ เข้ามาถามใน fb ว่าไปงานแต่งเธอมั้ย แล้วชั้นต้องตอบออกไปว่า...ไม่ไป เธอไม่ได้เชิญ บอกตรงๆว่าทั้งโกรธทั้งเจ็บใจ ไม่เข้าใจว่าชั้นไปทำอะไรให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจนักหนา ถึงต้องโดนเธอทำให้เสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาตลอด 15 ปี ที่ตลกคือ หลังงานแต่งไม่กี่วัน เธอมาทักใน line ทักมาใน fb อุตส่าห์ถามด้วยแน่ะว่า ชีวิตที่พัฒนาการเป็นยังไงบ้าง... เจอแบบนี้ มันเจ็บนะคะ
 
ตั้งใจว่าจะไม่ดราม่า ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้สายเกินไปมั้ยที่จะไม่พูดประโยคนี้ แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ไม่ได้อัพบลอคมานาน ก็จะพ่นต่ออีกนิด
 
มันแย่นะที่ต้องรู้สึกขมขื่นใจ เสียใจ เจ็บใจ ทั้งที่จริงๆแล้วชีวิตปกติมันก็ดีอยู่แล้ว ภาวะความทรงจำหลอกหลอนนี่มันน่าสงสารแกมน่าสมเพช เพราะมันเป็นเรื่องที่เราทำตัวเองล้วนๆ
 
 
 
 
 
 
ปีหน้า...ชั้นจะแต่งงานแล้วนะ
 
 
 
 
 
 
 
อยากจะโทรไปหาเธอเพื่อพูดประโยคนี้เหลือเกิน
แต่ก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่โง่งม และไม่มีประโยชน์อะไรเลย
มันไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยว่าชั้นจะหายไปไหนหรือจะเป็นตายร้ายดียังไง
เพราะคนที่เคยบอกว่า จะตามหาถ้าเราหายไป ยังเป็นฝ่ายเดินจากไปเสียเอง...
 
โว๊ะ ดราม่าไม่เข้าเรื่อง!
 
พอละ ก่อนที่จะดราม่าไปมากกว่านี้ ต่อไปนี้จะพยายามกลับมาอัพบลอคบ่อยๆนะ
ขอบคุณมาสเตอร์แชมป์และทีมงาน exteen ที่ยังไม่ลบ account ของเราทิ้ง
หายไปไม่ได้เขียนบลอคมาตั้ง 2 ปีกว่าแน่ะ แฮะๆ Foot in mouth
 
ปล.
 
เราได้รู้จักคุณ X ซึ่งเป็นโปรแกรมเมอร์ของ exteen จากใน Twitter
และเราก็ได้ติดตามพี่เชน (หรืออีกนัยหนึ่ง หมอเชน) ใน Twitter ซึ่งรู้จักกันจาก exteen
โลกอินเทอร์เน็ตนี่มันตลกและน่ารักดีเนอะ 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

big smile big smile big smile big smile

#2 By Aerial : find sth. on 2012-10-20 13:33

สู้ๆครับและยินดีต้อนรับกลับมาครับผม cry

#1 By iSadNop on 2012-10-19 19:47