เมื่อตกลงใจได้แล้วว่า เอาล่ะ...ชั้นจะแต่งงานละนะ
เราก็คุยกับคุณแฟนว่าจะแต่งกันช่วงไหนดี...

ตอนแรกเรากะว่าสักปลายๆปีหน้า แต่คิดไปคิดมา รู้สึกมันนานเกินไป เดี๋ยวความรู้สึกอยากแต่งมันจะหายไปซะก่อน 555 งั้นแต่งมันต้นปีหน้าเลยดีกว่า งั้นเราจะหาฤกษ์แต่งงานจากที่ไหนดีล่ะ?

ด้วยความที่เราแต่งเข้าบ้านคนไทย จึงตั้งใจจะจัดพิธีแบบไทย งานนี้เราไม่ต้องพึ่งซินแส (ซึ่งส่วนมากค่าดูฤกษ์แพงหูดับ แถมพิธีการยังยุ่งยากซับซ้อนอีกต่างหาก) จริงๆแล้วแฟนเราไม่ซีเรียสเรื่องฤกษ์ เค้าบอกว่าเอาฤกษ์สะดวกก็ได้มั้ง แต่เราว่ามีฤกษ์ไว้ก็ไม่เสียหาย ของแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่...งั้นเราจะให้ใครดูฤกษ์ให้ดีล่ะ?

แล้วเราก็นึกถึงหลวงพ่อที่คุณแม่เรานับถือมาก ท่านจำวัดอยู่ที่วัดสังเวช ย่านบางลำภูค่ะ ก็บอกคุณแฟนไปว่าไปให้ท่านดูฤกษ์ให้กันเถอะ เค้าก็ตามใจเรา ไปถึงวัดเอาช่วงสายราวๆ 10 โมง ปรากฏว่า วันนั้นมีใครไม่รู้มาจัดโต๊ะจีนเลี้ยงพระเพื่อเป็นการทำบุญวันเกิด เรานั่งรอท่านอยู่หน้ากุฏิถึงเที่ยงครึ่งก็รอไม่ไหวแล้ว หิวมาก ร้อนด้วย กลับดีกว่า ไว้มาใหม่วันหลัง

แต่ไหนๆก็ออกมาแล้ว แถมวันนั้นยังเป็นวันเสาร์ เราเลยชวนคุณแฟนไปเดินเล่นท่าพระจันทร์ แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า เออ ไปตัดแว่นที่วังหลังดีกว่า รู้สึกเหมือนสายตาชักจะสั้นขึ้น ก็เลยนั่งเรือข้ามฝากไปวังหลัง ตัดแว่น+กินสเวนเซ่นรอเอาแว่น รวมเวลาประมาณ 2 ชม. แล้วก็นั่งเรือกลับมาฝั่งท่าพระจันทร์เพื่อขับรถกลับบ้าน (จอดรถไว้ในที่จอดรถ ตรงข้ามศิลปากรวังท่าพระ)

ตอนนั้นเกือบจะบ่าย 3 แล้ว เราก็นึกขึ้นมาว่ายังไงก็อยากได้ฤกษ์จากหลวงพ่อวันนี้ เลยอ้อนคุณแฟนให้ย้อนกลับไปที่วัดอีกที ปรากฏว่าไปถึง ท่านยังไม่กลับมากุฏิเลยค่ะ -''- สงสัยเราจะไม่มีบุญซะละมั้ง กลับก็ได้...

ที่นี้เราก็เครียดละว่าจะหาฤกษ์จากไหนล่ะ เราไม่รู้จักพระสงฆ์ที่ไหนอีก จู่ๆจะเดินดุ่มๆเข้าไปในวัดแถวบ้าน ขอให้พระท่านดูให้ มันจะแปลกๆรึเปล่า เอาไงดีฟะ...

แล้วเราก็นึกถึง WSQ ค่ะ

ว่าที่เจ้าสาวหลายๆคน คงคุ้นเคยกับเว็บ weddingsquare.com กันเป็นอย่างดี เพราะมันมีข้อมูลทุกอย่างที่เราต้องการตั้งแต่สถานที่จัดงาน ชุดแต่งงาน ช่างแต่งหน้า สั่งพานขันหมาก สตูดิโอถ่ายภาพ ตกแต่งสถานที่ ยันข้อมูลเรื่องฮันนีมูน

SP (sponsor) ที่โด่งดังมากเรื่องวางฤกษ์ยามใน WSQ มี 2 เจ้า คือ อ.วีณา และอาศรมศรีจักรนาถ เห็นเจ้าสาวส่วนใหญ่ในเว็บเลือกดูฤกษ์กับ อ.วีณา เราก็สงสัยว่าทำไมน้าาา พอกดไปดูรายละเอียดในเว็บของอาศรมศรีจักรนาก็เลยถึงบางอ้อ คือที่นี่เค้าจะให้ฤกษ์มาแค่วันเดียวค่ะ ประมาณว่าพอคำนวณวันเดือนปีเกิดของบ่าวสาวแล้วจะได้วันที่ดีที่สุดคือวันนี้ เท่านั้น เกิดสมมติว่าฤกษ์ที่ได้มาเป็นวันที่เราไม่สะดวกก็เสร็จกันน่ะสิ ครั้นจะให้ช่วยวางฤกษ์ใหม่ก็ต้องจ่ายเงินใหม่ ว้าาาา...ยุ่งยากจัง

แต่ของ อ.วีณา นี่เค้าจะให้มา 2 ฤกษ์ค่ะ คือตอนที่เราโทรไปคุย อ.ก็ถามว่าจะแต่งเป็นพิธีจีนหรือพิธีไทย แล้วอยากแต่งช่วงประมาณเดือนไหน เราก็บอกว่า พิธีไทยน อยากได้วันเสาร์ สักเดือนกุมภา-มีนา ปี 56 ค่ะ อ.ก็บอกว่า เดี๋ยว อ. วางมาให้ 2 ฤกษ์เลยนะคะ เราก็โอเค...คุยง่ายดีจัง ว่าแล้วก็จัดแจงโอนเงินค่าวางฤกษ์ไป รอ 3 วัน ก็มีซองพัสดุส่งมาให้ถึงออฟฟิศ เปิดซองแบบมือไม้สั่นเลย ตื่นเต้นนน 555 ในนั้นมี

1. ฤกษ์ขันหมากหมั้น
2. ฤกษ์หลั่งน้ำพระพุทธมนต์
3. ฤกษ์ดิถีเรียงหมอน (ฤกษ์ส่งตัว)
 
 
ยัง...ไม่ได้มีแค่กระดาษ 2 ใบนี้ แต่ในซองยังมี แต่น แตน แต๊นนนนนน
 
 
โอ้วววววว อ.วีณา ไม่ทำให้เราผิดหวังจริงๆครับพี่น้อง แบบนี่แหละที่เราต้องการ ละเอียดกำลังดีเลยจ้า

เอาไปอวดเพื่อนๆในออฟฟิศจนทั่วเลย 55555555 แล้วเราก็จัดแจงโทรหาคุณแฟน นี่ๆๆๆ ชั้นได้ฤกษ์มาละนะ คุณแฟนก็เปิดปฏิทินปีหน้าดูเลย ปรากฏว่า ฤกษ์วันที่ 23 กุมภาใกล้กับวันมาฆบูชา (25 กุมภา) คน ส่วนมากอาจจะออกต่างจังหวัดกันตั้งแต่วันพฤหัส/ศุกร์แล้ว ถ้าเลือกแต่งวันนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่า อาจไม่ค่อยมีแขกมางานเราแหงๆ หรือบางคนที่เค้าสนิทกับเราจริงๆ แต่เค้ามีแผนไปเที่ยวไหน ก็อาจจะต้องเลื่อนทริปออกไปเพื่อมางานเรา ไม่เวิร์คแฮะ...

ฤกษ์วันที่ 9 มีนา จึงโป๊ะเช๊ะที่สุดแล้วจ้าาาา

หลังจากวางโทรศัพท์จากคุณแฟน เราก็สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ๆ โทรไปบอกป๊า (ป๊าเราทำงาน ตจว. ค่ะ) "ป๊า หนูได้ฤกษ์แต่งงานละนะคะ เป็นวันเสาร์ที่ 9 มีนาปีหน้า"
 
ป๊าเงียบไป 3 วิ แล้วถามกลับมาเบาๆว่า "ทำไมเร็วจัง ทำไมไม่แต่งช่วงปลายปี"

โหยยยยยย วินาทีนั้นน้ำตาจะไหลเลยค่ะ รู้สึกชัดมากว่าเค้าคงจะใจหายเนอะ ลูกสาวคนเดียวจะแต่งงานในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี่แล้วอ่ะ ก็บอกเค้าไปว่า ได้ฤกษ์มาแบบนี้อ่ะค่ะ อีกตั้ง 6 เดือนแน่ะ ไม่เร็วไปหรอก (ไม่อยากบอกเค้าว่า ทิ้งไว้นานเดี๋ยวจะไม่อยากแต่งซะก่อน - -'') สรุป ป๊าก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ ก็คุยรายละเอียดกับป๊าคร่าวๆว่าจะจัดพิธีอะไรยังไง ที่ไหนดี บลาๆๆๆ

สรุปว่า 9 มีนา เราจะเปลี่ยนสถานะจาก "นางสาว" เป็น "นาง" ละเนอะ

ตื่นเต้นเว้ยเฮ้ยยยยยยยย

เรากับคุณแฟนคบกันมาปีนี้ปีที่ 8 แล้วค่ะ ก่อนหน้านี้ไม่มีความคิดเรื่องจะแต่งงานอยู่ในหัวเลย ไม่มีภาพอนาคตที่จะใช้ชีวิตร่วมกับใคร เห็นแต่ภาพตัวเองทำงานๆๆๆๆ ปาร์ตี้กับเพื่อน แล้วก็ทำงานๆๆๆๆๆๆ คือทุกคนรอบตัวถามว่า "เมื่อไหร่แต่ง?" จนเลิกถามกันไปแล้ว

แต่พอมาถึง ณ จุดๆนึง...จุดๆนี้ในปีที่ 8 นี่แหละ ที่เราถามตัวเองว่า จะรออะไรอีก? ก็เลยรู้สึกว่า ไม่ต้องรออะไรแล้ว คนที่อยู่ข้างๆนี่ดีมากพอแล้ว เราทำอะไรแย่ๆ สันดานเสียใส่เค้าบ่อยมาก เค้าให้อภัยตลอดค่ะ

ที่สำคัญคือ เค้าไม่เคยพยายามให้เราผอม ให้เราสวย มีแต่บอกว่า อยากกินอะไรก็กินไปเถอะ ถ้าหิวก็กิน ถ้าอร่อยก็กิน กินแล้วมีความสุขก็กิน ไม่ต้องไปอดอยากผอมสวยอะไรหรอก ที่เราเป็นอยู่แบบนี้เค้าแฮปปี้ดีแล้ว
...ชั้นจะหาผู้ชายแบบนี้ได้จากที่ไหนอีกกกกกก ลงจากคานซะทีดีกว่า!

เอนทรี่หน้าจะมาเล่าเรื่องการหาสถานที่จัดงานแต่งนะคะ ^ ^

ปล. ใครสนใจให้ อ.วีณา ช่วยวางฤกษ์ ตามไปดูรายละเอียดที่ลิ้งค์นี้เลยค่ะ http://www.weddingsquare.com/weena/ ไม่ได้ค่าโฆษณาแต่อย่างใด ^ ^

Comment

Comment:

Tweet

ทีนี้ พี่ก็จะมีคนเที่ยวด้วยแล้ว
การที่มีคนอีกคนมาอยู่บ้านด้วยกันคงดีพิลึกนะคะ
ตื่นเต้นแทน
^^'

#6 By abobdlN on 2012-10-29 13:16

@abobdln ขอบคุณค่า cry
;D
เข้ามา วี๊ดดดวิ้วววว
ดีใจด้วยค่าาาาา

#4 By abobdlN on 2012-10-29 09:54

55555 ไม่เผ่นหรอกค่ะ 55 double wink
ค่ะ ยังไงก็ขอให้มีความสุขมากๆ เลยนะคะ surprised smile

#3 By Sentto'chii on 2012-10-29 01:01

@bibisana ขอบคุณมากนะคะ cry แต่ก่อนนี้เราก็ไม่เคยคิดอยากจะแต่งหรอก ไม่เคยเลยซักกระผีกเดียวเลยแหละ 555 ทำงาน+อยู่กับเพื่อนก็สนุกละเนอะ แต่มาเฉลียวใจว่าจะคบแบบนี้ไปเรื่อยๆคงไม่ดี เดี๋ยวผู้ชายเค้าจะเผ่นซะก่อน sad smile
ดีใจด้วยนะคะ !! ><
ดีใจด้วยจริงๆ ค่ะ (เย้)
แต่ก่อนเคยงง พอได้ยินว่าความใฝ่ฝันของผู้หญิงทุกคนก็คือการได้แต่งงาน ก็ไม่เห็นว่าอยากแต่งตรงไหน อยากอยู่กับพ่อแม่ คิคิ
แต่(ตอนนี้)นั้นรู้สึกว่ามันจริง ใครๆ ก็อยากแต่งงานกับคนที่เรารักทั้งนั้น
แค่อ่านของจขบ.ก็ตื่นเต้นแทนแล้วค่ะ (โอเว่อร์กันไป 55 >///<) ลูกสาวคนเดียวเสียวด้วย
big smile ฤกษ์งามยามดีขนาดนี้ ยินดีด้วยค่ะ surprised smile Hot! Hot!

#1 By Sentto'chii on 2012-10-29 00:12